
ศักดิ์ศรีของตำรวจ
ศักดิ์ศรีของตำรวจ : บทบรรณาธิการประจำวันที่8ม.ค.2557
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานราชการที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับประชาชน เปรียบเสมือนผู้คุมกติกาในสังคม ปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตำรวจจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมมากที่สุดหน่วยงานหนึ่ง ยามที่บ้านเมืองสงบไม่มีเงื่อนไขหรือการชุมนุมทางการเมืองตำรวจก็ทำหน้าที่ออกตรวจ จับโจรผู้ร้าย ดูแลในแง่ทุกข์สุขของประชาชน ตำรวจมากมายที่ดำรงตนอย่างมีศักดิ์ศรี มีเกียรติ ไม่เคยย่อท้อ ไม่เคยวิ่งเต้นขอตำแหน่ง ไม่เคยแม้จะเรียกร้องสวัสดิการใดๆ เพิ่มเติมจากที่มีอยู่นอกเหนือจากที่ผู้บังคับบัญชาหรือรัฐบาลมองเห็นความเดือดร้อนความเหลื่อมล้ำของรายได้เมื่อเทียบกับงานที่เสี่ยงภัยอยู่ทุกวัน ตำรวจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเสี่ยงชีวิต เดินอยู่บนเส้นด้าย ครอบครัวหลับไม่เต็มตา กลัวว่าสามี พ่อของลูกจะประสบภัย ตำรวจมากมายที่ต้องไปทิ้งชีวิตอยู่ในดินแดนปลายด้ามขวาน เหลือไว้แต่เพียงชื่อเสียงเกียรติยศให้ลูกเมียได้ภาคภูมิ ให้สังคมได้จดจำ
ตำรวจโดยทั่วไปจึงเป็นความหวังของชาวบ้านได้ มีเพียงบางส่วนที่ทำให้เกิดความรู้สึกเชิงลบ ทั้งรีดไถเก็บสวย ตำรวจบางนายพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมาย อบายมุข มุ่งแต่จะหาประโยชน์ใส่ตัว ตำรวจพวกนี้ที่ทำให้องค์กรเสื่อมโทรมลง ประเด็นสำคัญที่ทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจเสียไป ส่วนหนึ่งเพราะผู้บังคับบัญชาไม่ทำตัวเป็นแบบอย่างแก่ลูกน้อง หรือประพฤติตัวตามกรอบของข้าราชการที่ดี มีศักดิ์ศรี ตำรวจระดับสูงวิ่งเข้าหานักการเมืองเข้าไปรับใช้จนหมดเกียรติ การแต่งตั้งโยกย้ายต้องอาศัยฝ่ายการเมืองชี้นำว่าจะอยู่ในเก้าอี้ตัวใด มากกว่าการใช้ผลงานเป็นตัววัด ทั้งๆ ที่ผู้บังคับหน่วยมีอำนาจในการแต่งตั้งของตัวเอง แต่กลับทำไม่ได้ ต้องรอใบสั่งนักการเมือง รอดูท่าทีหรือปล่อยให้วิ่งเต้นกันให้จบก่อนทำบัญชีโยกย้าย หลักการจึงถูกละเลย ผู้ใต้บังคับบัญชาหมดศรัทธาและกลายเป็นประเพณีปฏิบัติแบบเดียวกัน องค์กรตำรวจทุกวันนี้จึงมีต้นทุนทางสังคมน้อยมากเพราะสิ่งเหล่านี้
เหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่กำลังมุ่งสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ในสังคมเท่าที่เคยเกิดขึ้น ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจดูย่ำแย่ลงไปอีก เพราะมีการแถลงข่าวให้ร้ายและเติมข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงต่อสังคม มีความเท็จในข้อมูลทำให้ตำรวจถูกมองว่า ยืนอยู่ตรงข้ามประชาชน ทั้งๆ ที่ตำรวจเองมีหน้าที่รักษากฎหมายดูแลความสงบ ไม่ใช่เติมเชื้อใส่ฟืนเสียเอง การรักษากฎหมายไม่ใช่การดำเนินคดีเพียงอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นคำว่ารัฐศาสตร์คงไม่มีในปัจจุบัน ในสถานการณ์ที่บ้านเมืองต้องการกรรมการ ตำรวจต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด รักษาหน้าที่ของตัวเอง ไม่ใช่เข้าไปวางแผนทำลายม็อบเสียเอง การตายของนายดาบตำรวจที่บริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงนั้น คือเกียรติสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ คนไทยทุกคนต่างเห็นพ้อง สังคมอาลัยต่อความสูญเสีย และแสดงความชื่นชมต่อผลแห่งความดี การทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ส่วนการจับกุมคนร้ายก็คงต้องว่ากันไป ศักดิ์ศรีของตำรวจจึงเกิดจากการกระทำ ไม่ใช่การรับใช้วิ่งเต้น



