
'ยิ่งลักษณ์'บนเส้นทางหฤโหด
'ยิ่งลักษณ์'บนเส้นทางหฤโหด : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
แม้ว่ายังอีกไกลสำหรับคมดาบจาก ป.ป.ช. ที่กำหนดนัดวันที่ 7 และ 10 มกราคม นี้ จะเรียกอดีตผู้ทรงเกียรติทั้งหลายที่ลงคะแนนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนถูกยื่นคำร้องถอดถอนออกจากตำแหน่ง
หนึ่งในนั้นมีชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ด้วย แต่ก็ดูแนวโน้มว่า ถึง ป.ป.ช.จะลุยตามแนวของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจริง แต่ก็คงไม่ระคาย การรักษาการตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
เว้นแต่ว่าจะมีใครเล่นแผลงๆ ไปแจ้งความเอาผิดในข้อหาอื่น นั่นก็ค่อยว่ากันอีกที
แต่สถานการณ์ของ ยิ่งลักษณ์ ในสัปดาห์ที่ม็อบ กปปส.ประกาศเดินเชิญแขก ก่อนที่จะไปชุมนุมใหญ่เผด็จศึกกันในวันที่ 13 มกราคม ก็จะเจอกับแรงกดดันในลักษณะนี้เรื่อยไป
แรงกดดันจากม็อบดูเหมือนจะไม่อาจทำอะไรนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทยได้ เหมือนอย่างที่ก๊วนนายใหญ่ ประเมินเอาไว้จริงๆ
ภัยคุกคามที่จะบีบให้ นายกฯ หญิง คนแรกของเมืองไทยถอดใจ ก็ยังคงมาจาก "ปืน และ กฎหมาย"
สำหรับ "ปืน" หากจับใจความที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.พูดไว้เมื่อวันก่อน ก็สบายใจได้ เพราะยังไม่มีอะไรอยู่ในเงื่อนไขที่กองทัพจะออกมายึดอำนาจ
ถึงแม้ว่า ช่วงนี้จะมีการขยับกำลังและยุทโธปกรณ์กันบ้าง ก็พอเข้าใจได้ว่า เอามาให้เด็กๆ ได้สัมผัสประสบการณ์จริง เสริมสร้างจินตนาการในการปกป้องชาติบ้านเมืองในงานวันเด็กแห่งชาติ ก่อนที่จะไปสู่วันกองทัพไทย
แต่ก็นั่นแหละ การเคลื่อนไหวของกำลังทหารในช่วงนี้จึงยังคงต้องจับตาเป็นพิเศษ
กำหนดนัดชุมนุมปราศรัยของพรรคเพื่อไทยเมื่อวันก่อน บริเวณใกล้กับสนามฟุตบอลสโมสรเมืองทองยูไนเต็ด จึงเป็นการเช็กกำลังฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยและกำลังจากคนเสื้อแดงกันอีกครั้ง
เพราะต่างก็อ่านกันขาดว่า ยังไม่มีใครกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
ตราบใดที่มวลชนคนเสื้อแดงเข้มแข็ง กองทัพก็ทำได้เพียงแค่แสดงท่าฟึดฟัดๆ เท่านั้นเอง
เว้นแต่ว่า เข้าเงื่อนไข เกิดการประทะกันนองเลือดนั่นแหละ กองทัพจึงจะได้ช่องออกจากกรมกองได้
แต่ที่ผ่านมาก็เช็กกันในระดับหนึ่งแล้ว สำหรับท่าทีของกองทัพ ผ่านกระแสข่าวการออกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
เพราะเสียงตอบจากกองทัพนั้นยังคงยืนยันในท่าทีเดิมว่า สถานการณ์ที่เป็นอยู่ยังไปไม่ถึงขั้นที่จะต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
นั่นก็ย่อมหมายความว่า กองทัพก็ประเมินสถานการณ์ตนเองเช่นกันว่า หากออกมาตั้งแต่สถานการณ์ยังไม่สุกงอมจริง ความผิดพลาด เพลี่ยงพล้ำน่าจะเกิดกับกองทัพเองมากกว่า
ปัญหาหลักๆ จึงน่าจะเป็นเรื่องของกฎหมายที่คอยทิ่มแทงเป็นระยะจากทั้ง ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม "นายใหญ่" ได้แนะหนทางแก้เกมในช่วงนี้ ก็คือ ระดมมือกฎหมายเดินสายร้องทุกศาล เพื่อให้เดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ให้ได้
เริ่มจากการร้องขอให้ ป.ป.ช.ชะลอการชี้มูลออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่า บรรดาอดีตผู้ทรงเกียรติที่ถูกยื่นถอดถอนนั้น ยังไม่รู้กันเลยว่า โดนข้อหาอะไร แถมการพิจารณาของ ป.ป.ช.ก็ดูจะรีบร้อนจนผิดสังเกต
นอกจากนี้ ก็ไปร้องว่า สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ เพราะถูกมวลชนของ กปปส.ขัดขวาง
กรณีหลังนี่ นอกจากขอสิทธิของตนแล้ว ยังร้องให้เอาผิดบรรดาม็อบ กปปส.ที่สกัดขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้งด้วย
แต่เมื่อเห็นเส้นทางที่จะต้องไปให้ถึงจุดหมายคือวันเลือกตั้งแล้ว ยังดูไม่ออกว่า นอกจากแรงอึดที่มีแล้ว ยังจะต้องมีอย่างอื่นเป็นตัวช่วย ยิ่งลักษณ์ อีกเยอะ !
สุดระทึกก่อนถึงวันชุมนุมใหญ่
5-7 ม.ค. กลุ่มกปปส.นัดเดินเชิญแขก ไล่รัฐบาล
7 ม.ค. มีการประชุม ป.ป.ช. ชี้ข้อกล่าวหา 381 ส.ส.-ส.ว.
8 ม.ค. ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนผู้เกี่ยวข้องคดี ร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท แล้วยังมีคดี ส.ส.-ส.ว. 381 คนโหวตผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190
9 ม.ค. ศาลปกครองสูงสุด พิจารณาคดีงบบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท
10 ม.ค. ป.ป.ช.นัด สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์-นิคม ไวยรัชพานิช เข้ารับทราบข้อกล่าวหา
13 ม.ค. กปปส.นัดชุมนุมใหญ่ "ปิดกรุงเทพฯ"
-------------------
(หมายเหตุ : 'ยิ่งลักษณ์'บนเส้นทางหฤโหด : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



