
เลือกตั้งคือประชาธิปไตย?
เลือกตั้งคือประชาธิปไตย? : บทบรรณาธิการประจำวันที่7ม.ค.2557
นับเป็นอีกครั้งที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกำกับการดูแล ศอ.รส. แถลงถึงท่าทีของต่างชาติถึงกรณีที่ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไป ครั้งล่าสุดนี้ นายสุรพงษ์ ระบุว่า การจัดให้มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรรวม 92 แห่งจาก 67 ประเทศ โดยมีประชาชนคนไทยได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรแล้วทั้งสิ้น 143,800 คน จากคนไทยในต่างประเทศทั้งหมด 1,039,032 คน ซึ่งจำนวนผู้มาลงทะเบียนในครั้งนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่า คนไทยในต่างประเทศมีความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยและอยากเห็นการเลือกตั้งมีขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
การเลือกตั้งอาจเป็นความจำเป็นสำหรับระบอบการปกครองประชาธิปไตยแบบตัวแทน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า วิธีการเช่นนี้ เป็นเพียงวิธีเดียวที่จะนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย แล้วก็ไม่ได้หมายความว่า การเลือกตั้งนั้นคือการแก้ปัญหา เพียงแต่เป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนคนไทยมีความตื่นตัวทางด้านการเมือง และแสดงออกด้วยการบอกเจตจำนงว่า ต้องการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่อาจจะนอกเหนือจากความตระหนักรู้ว่า หากไม่ไปใช้สิทธิแล้วจะทำให้เสียสิทธิบางอย่างตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้จึงได้ไปเพื่อรักษาสิทธิ
อย่างไรก็ตาม การแสดงเจตจำนงที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า การที่ประชาชนจำนวนหนึ่งแสดงเจตจำนงว่า ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งในระยะเวลาตามที่มีการประกาศไปแล้วคือ วันที่ 2 กุมภาพันธ์นั้น จะปฏิเสธระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เพราะยังมีความเห็นทางวิชาการเช่นกันว่า นั่นคือการใช้สิทธิโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านตัวแทน นับได้ว่าเป็นประชาธิปไตยรูปแบบหนึ่งที่ใครก็ไม่อาจมองข้ามหรือหมิ่นแคลนการกระทำเช่นนั้นได้ ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับการตัดสินใจเลือกที่จะทำแบบนั้นของพวกเขาเหล่านั้นด้วย
ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ก็คือ การแสดงออกทางประชาธิปไตย ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบใด หรือวิธีการใดในห้วงเวลานี้ ถูกต่อต้าน หรือคัดค้านจากอีกฝ่ายที่มีความเห็นที่แตกต่าง การยอมรับในการตัดสินใจของอีกฝ่ายถูกนักการเมืองที่มุ่งหวังให้มีประชาธิปไตยทั้งหลายทำให้สูญหายไปจากสังคมที่ร่ำร้องหาประชาธิปไตย กระทั่งเรื่องผิดชอบชั่วดี ที่น่าจะอยู่ในจิตใต้สำนึก บางครั้งก็ยังถูกครอบงำจนเลือนหายไป โดยมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสีเข้ามาแทนที่
การเลือกที่จะเอาเหตุการณ์เอาการแสดงออกของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยในต่างประเทศ หรือกรณีหลายประเทศส่งสารสนับสนุนการเลือกตั้งของประเทศไทย อาจเป็นยุทธวิธีอย่างหนึ่ง เพื่อให้เห็นว่า คนทั่วโลกเขาสนับสนุนการเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนว่า เป็นผลดีต่อฝ่ายสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง โดยเฉพาะรัฐบาลและไปเพิ่มแรงกดดันแก่ฝ่ายที่คัดค้านการเลือกตั้ง แต่นายสุรพงษ์จะต้องระมัดระวังการแถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์เป็นพิเศษต่อกรณีการคัดค้านการเลือกตั้งในบังกลาเทศและกัมพูชา เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
นั่นย่อมหมายความว่า การนำเอาสารหรือจัดหมายแสดงความเห็นด้วยกับการจัดให้มีการเลือกตั้งในประเทศไทยมาแถลงเพื่อปลุกเร้าประชาชนคนไทยให้สนับสนุนการเลือกตั้งไปด้วยนั้น เป็นคนละหลักการ คนละเหตุผลกับคำว่า ประชาธิปไตย เมื่อมีบางประเทศที่เห็นว่า การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมนั้น ไม่ใช่ประตูที่จะเปิดไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย



