คอลัมนิสต์

ศึกวัดบารมีเศรษฐีกับหมอผี

ศึกวัดบารมีเศรษฐีกับหมอผี

20 มิ.ย. 2552

ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ หรือไม้ข้าวหลาม ดูท่าว่าจะไปได้ดี ที่ไหนได้ พอเหลาลงไปแย่ยิ่งกว่าบ้องกัญชา ใช้เป็นกระบอกฉีดน้ำให้เด็กเล่นงานสงกรานต์ยังไม่ได้

 ก็ผลงานและพฤติกรรมของฝ่ายค้านผสมแค้นนั่นแหละ!

 เริ่มต้นอภิปรายร่างกฎหมายกู้เงิน 2 ฉบับรวม 8 แสนล้านบาท ชาวบ้านเห็นตั้งท่า พยายามเน้นประเด็นเนื้อหา ยกเอาแม่น้ำทั้งห้า มาอ้างว่าการกู้เงินเป็นสิ่งไม่ดี ถ้าไม่มีเงินจ่ายคืนจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง บ้านเมืองเสียหายรุนแรง

 เมื่อการอภิปรายแบบให้เหตุผลเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ผลสุดท้ายลายเดิมก็ออก นั่นคือหาโอกาสหลอกทุบรัฐบาล ยกคานหามเจ้านายลี้ภัยหนีคุกอยู่ต่างประเทศว่าเป็นคนดีเลิศประเสริฐศรีไม่มีใครเทียมทานนั่นเลย

 การอภิปรายของฝ่ายค้านผสมแค้นจึงล้มเหลว ไม่ได้ทำให้รัฐบาลกระเทือนสมราคาคุยโขมงโฉงเฉงก่อนหน้านี้ว่ามีข้อมูลเด็ด ร้องเอะอะโวยวายให้รัฐบาลสั่งการให้สถานีทีวีช่อง 11 ถ่ายทอดสด ไม่อย่างนั้นจะไม่เข้าร่วมสังฆกรรมด้วย

 กะจะแอนตี้ ปล่อยให้รัฐบาลมุบมิบว่ากันเอง เสี่ยงให้ชาวบ้านด่า!

 เมื่อรัฐบาลยอมให้มีถ่ายทอดสดทีวี แทนที่ ส.ส.ฝ่ายค้านผสมแค้นจะเร่งทำการบ้าน ไล่ต้อนฝ่ายรัฐบาลให้จนมุมกลางสภา กลายเป็นว่าถ่ายทอดสดประจานตัวเอง เพราะผลงานด้านการอภิปรายต่ำกว่ามาตรฐานหลายระดับ

 การใช้ลีลาและเนื้อหานั้นต่างกัน นับวันประชาชนจ้องแต่จะดูว่าฝ่ายใดรับบทพระเอก ผู้ร้าย เอามันหรือยกระดับสติปัญญาว่าพัฒนาพ้นจากการเมืองน้ำเน่าแล้ว น่าเสียดาย นอกจากจืดชืด ไม่มีสาระ วนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิม

 ประธานเผลอ ต้องออกนอกเรื่อง วกเข้าเชียร์คนหนีคุกทุกครั้ง!

 เห็นได้ชัดว่าเป็นรัฐบาลมานาน จนค้านไม่เป็น จะอาศัยจอมเก๋าหน้าเดิมไม่กี่คน ก็เป็นโรคขาดความน่าเชื่อถืออย่างรุนแรง แถมชาวบ้านยังจำได้ว่าพวกนี้แหละให้การสนับสนุนพวกม็อบชุมนุมใช้ความรุนแรง ก่อการจลาจล เผาบ้านเผาเมือง ซ้ำเติมเศรษฐกิจยับเยิน ผลสุดท้ายพวกแกนนำต้องทยอยมอบตัวคดีอาญา

 เมื่อการอภิปรายไม่ได้เรื่อง จะเล่นเกมป่วนแบบเดิมๆ ก็กลัวถูกชาวบ้านรุมด่า เลยใช้วิธีเดินออก วอล์กเอาท์ นึกว่าโก้ หารู้ไม่ว่าเสียท่าค่ายสะตออีกแล้ว

 อดเป็นกรรมาธิการตรวจสอบการใช้เงินกู้ ต้องหาทางแก้เกมจากการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย แต่ก็เข้าอีหรอบเดิม

 ปัญหาภาพลักษณ์เน่า และขาดความน่าเชื่อถือลึกเข้ากระดูกดำจริงๆ!

 ฝ่ายรัฐบาลก็สบาย ถ้ามีฝ่ายค้านไร้น้ำยา แถมยังแพ้ภัยตัวเองเรื้อรัง ฝ่ายค้านผสมแค้นคงต้องอาศัยการเมืองนอกสภาคอยอัดรัฐบาลให้น่วม แต่จะทำอย่างไรไม่ให้ตัวเองต้องเสี่ยงกับการเข้าคุก เพราะการชุมนุมระดมคนได้ไม่ง่าย

 ที่ผ่านมายังอาศัยคนลี้ภัยหนีคุกอยู่ต่างประเทศโทรศัพท์มาอ้อนชาวบ้าน รำพันถึงความทุกข์ยากของเศรษฐี เช่นหาข้าวผัดกะเพราหมูไข่ดาวในดูไบไม่ได้

 โฟนอินแต่ละครั้งเริ่มซ้ำแนว อยากกลับบ้านมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง จะได้ช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นทุกข์ วอนแฟนๆ ให้หาทางพากลับบ้าน

 คิดดูแล้ว ยังไม่เจียมตัว หรือยอมรับสภาพของตัวเอง ว่ามีเงินมากมายยังเอาตัวไม่รอด หาแผ่นดินอยู่ไม่ได้ ยังจะเสนอตัวมาเป็นผู้ยำ เอ๊ย! ผู้นำชาติอีกครั้ง

 มองย้อนกลับไป ถ้าไม่โดนกลุ่มคนเสื้อเขียวเอารถถังออกมาไล่ หรือโดนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค คนกุมอำนาจรัฐไม่เปลี่ยน ป่านนี้บ้านเมืองจะอยู่ในสภาพย่อยยับเพียงใด ทรัพย์สินแผ่นดิน รัฐวิสาหกิจคงโดนขายจนเกลี้ยง

 อันที่จริง ถ้าคนลี้ภัยอยากกลับบ้าน ก็ไม่มีใครห้าม หรือถูกมัดขาไว้ เครื่องบินส่วนตัวก็มี กรมราชทัณฑ์เตรียมห้องขังวีไอพีไว้พร้อมนานแล้ว
 อยู่เป็นสัดส่วนไม่ปะปนกับใคร ถือเป็นการให้เกียรติอดีตผู้นำ!

 ดังนั้นการโฟนอิน อ้อนชาวบ้านที่ยังหลงใหลได้ปลื้มว่าเป็นคนเก่งเกินพวกเดินดินธรรมดาจึงเป็นลูกเล่นไม่ให้คนลืม ต้องตีกินข่าวแบบต้นทุนต่ำ เสียเงินค่าโทรศัพท์เพียงไม่กี่บาทก็ได้เป็นข่าวทุกครั้ง เมื่อยังมีพวกบ้องตื้นให้ความสำคัญ

 ความหวังเพียงประการเดียวคือให้พรรคการเมืองตัวแทนชนะการเลือกตั้งให้ได้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เพราะเด็กมาร์คนอกจากยังไม่ออกอาการเบื่อหน่ายแล้ว ยังชอบเป็นผู้นำใช้บทบาทอินเตอร์ทิ่มตำใจพวกอิจฉามารศรีอีกด้วย

 จะให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สมานฉันท์ ให้ปลดเงื่อนไข ปูทางให้กลับมาหลังจากนิรโทษกรรม ดูเหมือนว่าหาบันไดปีนขึ้นสวรรค์จะง่ายกว่า เพราะการตั้งกรรมการเป็นลีลาซื้อเวลาของเด็กมาร์ค

 พวกสีน้ำเงิน ซึ่งกำลังภูมิใจกับโครงการใหญ่ทุกวันนี้ก็ไม่ยอม !

 ดังนั้นการวัดดวง ประเมินเส้นทางอนาคต อยู่ที่การเลือกตั้งซ่อมในสกลนครว่าระหว่างค่ายสีแดงและสีน้ำเงิน ใครจะได้ชัยชนะเด็ดขาด เกมนี้เป็นการประลองพลังบารมีและเงินโดยผู้ลี้ภัยหนีคุก และอดีตลูกน้องนักกอดเอว

 ศึกมหาเศรษฐีไร้แผ่นดิน กับหมอผีประจำเผ่า เร้าใจแน่ๆ นิ! อิอิอิ!!!