
แก๊งขายสินค้าอาละวาดลวงร้านชำ-เชิดเงินหนี
แก๊งขายสินค้าอาละวาดลวงร้านชำ-เชิดเงินหนี : สายตรวจระวังภัย ทีมข่าวอาชญากรรม
แก๊งหลอกลวงร้านขายของชำ ทำทีเสนอขายสินค้า ชักชวนให้สมัครเป็นตัวแทนจำหน่ายพร้อมเก็บค่ามัดจำ มีร้านค้าหลงเชื่อถูกหลอกเชิดเงินหนี ล่าสุดแก๊งนี้เข้ามาอาละวาดในพื้นที่เมืองพัทยา
ทีมข่าวอาชญากรรม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าของร้านค้าที่อาศัยอยู่ภายใน หมู่บ้านเอื้ออาทรชลบุรี (เนินพลับหวาน) ซอยหนองไม้แก่น 15 หมู่ 7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่า คนร้ายทำทีมาเสนอขายสินค้าเบ็ดเตล็ดและเครื่องดื่มให้แก่ นายวันชัย โสภา อายุ 54 ปี โดยคนร้ายนำสินค้าประเภทขนมขบเคี้ยว ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และเครื่องดื่มชนิดต่างๆ รวม 10 รายการ พร้อมเรียกเก็บเงิน 5,900 บาท นายวันชัยจึงขอตรวจเช็กรายการสินค้าว่าถูกต้องหรือไม่ พร้อมกับโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้านเอื้ออาทรมาช่วยตรวจสอบ ระหว่างนั้นแก๊งหลอกลวงรู้ตัวว่าจะถูกจับได้จึงทิ้งสินค้าดังกล่าวไว้แล้วรีบขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เทา ติดทะเบียนป้ายแดง หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ พนักงานรักษาความปลอดภัยมาตรวจเช็กสินค้าเชื่อว่าน่าจะเป็นแก๊งหลอกลวงเจ้าของร้านขายของชำ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 เคยหลอกลวง นายประเสริฐ ผลชู อายุ 39 ปี ซึ่งนายประเสริฐได้นำหลักฐานของแก๊งคนร้ายมาให้นายวันชัยดู พร้อมกับสอบถามพฤติกรรม รูปพรรณคนร้ายและยานพาหนะ จนแน่ใจว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน
ต่อมานายวันชัยได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.วินัย โห้เหรียญ พนักงานสอบ สภ.หนองปรือ พร้อมกับแจ้งสกัดจับคนร้าย แต่ก็ยังไร้วี่แวว
นายประเสริฐ เล่าพฤติกรรมแก๊งนี้ว่า คนร้ายหลอกให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า โดยขอเก็บเงินมัดจำไปก่อน และจะนำสินค้าในฐานะเป็นตัวแทนจำหน่ายมาลงที่ร้านค้าให้ภายหลัง เมื่อหลงเชื่อก็จ่ายเงินมัดจำพร้อมกับชำระสินค้าจำนวนหนึ่งเป็นเงิน 26,700 บาท คนร้ายได้ให้หลักฐานที่อยู่เพื่อการติดต่อไว้ เมื่อครบกำหนดที่จะนำสินค้ามาส่งที่ร้าน แต่ก็ไม่มา จึงโทรศัพท์ไปตามที่อยู่ที่ให้ไว้ ปรากฏว่าเป็นหลักฐานข้อมูลที่คนร้ายปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกลวงลูกค้า
"ผมตรวจสอบทางอินเทอร์เน็ตพบว่า คนร้ายแก๊งนี้เคยหลอกลวงร้านขายของชำมาแล้วหลายราย เช่น ร้านขายของชำที่ จ.ชุมพร ถูกหลอกสูญเงิน 3 หมื่นบาท" นายประเสริฐเล่า
ด้าน น.ส.วรางคณา ทองแก้ว ชาว จ.ชุมพร บอกว่า คนร้ายเข้ามาติดต่อเพื่อให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า ตอนนี้ก็ตกลงที่จะรับของมาขายที่ร้าน มีทั้งขนม นม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงลิปสติก ต้องเสียเงินกว่า 3 หมื่นบาท หลังจากคนร้ายนำสินค้ามาให้ พร้อมทั้งเอกสารที่ระบุสินค้าชนิดต่างๆ คนร้ายกำชับว่าอย่าเพิ่งแกะสินค้ามาตรวจสอบให้รอเขาก่อนอีกวัน จากนั้นคนร้ายกลับไป จึงแกะสินค้ามาตรวจสอบปรากฏว่าสินค้าที่ได้รับมาไม่ครบกับจำนวนที่จ่ายเงินไป
"ดิฉันพยายามติดต่อ แต่คนร้ายก็ปิดมือถือ ติดต่อไม่ได้ เสียเงินไปแล้วสินค้าก็ไม่ครบ ดิฉันจึงเข้าแจ้งความต่อตำรวจโรงพักเมืองชุมพร และตรวจสอบทะเบียนรถยนต์ พร้อมทั้งกล้องวงจรปิดภาพของคนร้าย จนได้ภาพ ชื่อสกุลของคนร้ายครบถ้วน นำไปมอบให้ตำรวจ แต่ก็ยังจับคนร้ายไม่ได้ และเชื่อว่าอาจไปก่อเหตุอีกหลายพื้นที่"
ทั้งนี้ พฤติกรรมของคนร้ายแก๊งนี้ลงมือก่อเหตุหลายพื้นที่หลายจังหวัด โดยเฉพาะเมืองพัทยา และชุมพร ที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้



