
ธรรมที่ทำให้เป็นสุขและห่างไกลคอร์รัปชั่น!!
ธรรมที่ทำให้เป็นสุขและห่างไกลคอร์รัปชั่น!! : กระดานความคิด โดยสุรศักดิ์
ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชั่นสูงประเทศหนึ่งของโลก ตามที่ทราบกันดีอยู่แล้ว การแก้ไขนั้นจะต้องอาศัยทั้งทางโลกและทางธรรม ควบคู่กันไป จึงจะประสบความสำเร็จลดการคอร์รัปชั่นลงได้
ในทางโลก จะต้องมีการปรับปรุงระบบการตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบให้เข้มแข็ง ทั้งนักการเมือง ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งนักธุรกิจที่มีส่วนช่วยสนับสนุนให้มีการคอร์รัปชั่นด้วย
การปฏิรูปการเมือง ก็เป็นการปฏิรูปที่สำคัญที่จะช่วยให้การเมืองไทยดีขึ้น และลดการคอร์รัปชั่นลงได้ในทางธรรม จะต้องมีการเผยแผ่ธรรมที่ทำให้เป็นสุขและห่างไกลคอร์รัปชั่น อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ มีผู้นำการเผยแผ่อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ธรรมที่ทำให้เป็นสุขและห่างไกลคอร์รัปชั่น ท่านพระอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ได้กล่าวในการบรรยายธรรมครั้งที่ 4 ภาคอาสาฬหบูชา หัวข้อ “สันโดษไม่เป็นอุปสรรคแก่การพัฒนา” เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2525 ที่ลานหินโค้งสวนโมกข์ ว่า “... รัฐบาลนั้นยังไม่ทราบว่า คอร์รัปชั่นทั้งหลายนั่นน่ะ เกิดมาจากการไม่สันโดษ...”
“...ถ้ามีคอร์รัปชั่นที่ไหน ก็มีมูลมาจากการไม่สันโดษของคนที่ทำคอร์รัปชั่นนั่นเอง มีเงินเดือน มีฐานะดี มีอะไร พอกินพอใช้เหลือกินเหลือใช้ ก็ยังทำคอร์รัปชั่น รวยแล้วก็ยังโกง นี่เพราะว่าเขาไม่สันโดษ...”
“... คำว่า “สันโดษ” แปลว่า ยินดีด้วยสิ่งที่มีอยู่”
“...อยู่โดยปราศจากความพอใจ มันก็หาความสุขไม่ได้ เพราะว่าความสุขนั้นเกิดมาจากความพอใจ...”
“สิ่งที่กำลังเป็นอยู่มีอยู่ นี่จะต้องพอใจ... มีความทุกข์บ้างก็ควรจะพอใจ ยังดีกว่าที่จะมีความทุกข์มากมาย เมื่อความเจ็บปวดอะไรเกิดขึ้น เราก็ควรจะพอใจที่ไม่ถึงกับตาย มันยังไม่ตาย ยังไม่ถึงกับตาย ก็ควรจะพอใจว่า นี่ยังดีอยู่ ที่ไม่ถึงกับตายทำให้เรารู้สึกพอใจและเป็นสุขได้”
“...ถ้าเราทำอะไรที่มีอยู่รอบตัวเราทั้งหมดนี้ ให้เป็นที่พอใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ในแง่ใดแง่หนึ่ง มันก็สบาย มันก็ร่ำรวย ร่ำรวยเกินกว่าที่จะร่ำรวย อย่างที่มีพระบาลีว่า สนฺตุฏฐี ปรมํธนํ - สันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง”
“ไปที่บ้านที่เรือน ซึ่งมีอะไรมาก ถ้าเรารู้สึกพอใจว่ามีอยู่เป็นประโยชน์ ก็เป็นคนรวยทันที ถ้าเป็นว่าทั้งหมดนี้ มันล้วนแต่น่ารำคาญ ไม่ชอบใจ ไม่รัก ไม่พอใจอะไรทั้งหมด ไปซื้อหามาแพงๆ เมื่อวานนี้เอง วันนี้ก็ไม่พอใจแล้ว ทั้งบ้านทั้งเรือนไม่มีอะไรเป็นที่น่าพอใจ ก็คงจะเป็นคนจนที่ยิ่งกว่าคนขอทาน คนขอทาน ก็ต้องมีความพอใจอะไรตามที่มีนั่นแหละ อย่างน้อยเสื้อขาด กางเกงขาด หรือว่ามีห้าสตางค์ สิบสตางค์ คนขอทานก็ยังพอใจได้ จะสงบสุขอยู่ได้ ไม่ดิ้นรนกระวนกระวายแต่ว่าคนรวย มีอะไรเต็มบ้านเต็มเรือนไปแล้ว แต่ก็ยังไม่พอใจก็ยิ่งเป็นคนจนยิ่งกว่าคนขอทาน”
“...จะมีทรัพย์สักร้อยล้านพันล้าน ก็ไม่เกิดความพอใจยินดีได้ก็เท่ากับไม่มีทรัพย์” ความสันโดษไม่ได้เป็นอุปสรรคของการพัฒนา ความสันโดษนั้น มีคนเข้าใจผิดอยู่มากว่าเป็นอุปสรรคของการพัฒนา
“สันโดษนั่นแหละจะทำให้พัฒนา คือยินดีตามที่ได้มาแล้ว มีมาแล้ว ก็ยิ่งมีกำลังใจที่จะทำให้มากขึ้นไป เพราะฉะนั้นความสันโดษนั้นเป็นรากฐานของการพัฒนา... ความสันโดษไม่ได้เป็นอุปสรรคของการพัฒนา...”
“ขอให้เรารู้จักว่า ความพอใจสิ่งที่อยู่ นั่นเป็นการหล่อเลี้ยงให้เรามีกำลังใจ มีความสุข... ส่วนที่ควรจะมีมากขึ้นไป ก็ทำให้มันมากขึ้นไป เช่น ทรัพย์สมบัติ เงินทอง ข้าวของ ในส่วนที่จะทำให้ดียิ่งขึ้นไป เช่น การมีธรรมะ ปฏิบัติธรรมะ บรรลุธรรมะทุกคนก็ควรจะให้สูงขึ้นไป ให้ยิ่งขึ้นไป โดยมีทุนสำรองคือ ความพอใจในส่วนที่เราทำได้แล้ว”
“เราทำนา พอไถนาเสร็จ สมมุติว่าไถนาเสร็จ ก็ควรจะพอใจว่าการไถนานี่มันเสร็จ แล้วก็อิ่มอกอิ่มใจว่า การไถนามันเสร็จ ครั้นตำข้าวเสร็จ ก็พอใจว่าได้ตำข้าวเสร็จ ข้าวงอกงามดีดูแลน้ำท่า ให้งอกงามดีก็พอใจ ข้าวออกรวงก็พอใจ เกี่ยวข้าวก็พอใจ มันมีแต่ความพอใจ คือเป็นคนรวยทุกขั้นตอน...”
“เป็นมนุษย์ธรรมดาสามัญ เป็นชาวบ้าน เป็นชาวไร่ เป็นชาวนาควรจะรู้จักทำจิตใจให้พอใจ ทุกขั้นทุกตอนที่ทำขึ้นมาได้...เป็นสุขไปพลาง ทำงานไปพลาง...”
“เด็กที่มีความเย็นใจ พอใจในสิ่งที่มี ที่ถูกต้องของตัวนั้นจะเป็นคนใจเย็น ไม่ขี้โกรธ ไม่ขี้ขโมย แล้วก็จะไม่ทำอะไรที่เลวๆ...”
“ความยินดีพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ มีอยู่ ได้อยู่ นั้นน่ะเป็นกำลังหล่อเลี้ยงความสดชื่นของจิตใจ ... ฉะนั้น ขอให้เราเอาสิ่งที่เรียกว่า สันโดษ คือความพอใจในสิ่งที่เรากระทำอย่างถูกต้องและดีแล้ว มารดชีวิตนี้ให้มันสด มันจะได้งอกงาม ไม่ตายคือไม่ตายแล้วก็งอกงาม”
“ความพอใจในสิ่งที่มีอยู่นั้น เป็นหลักธรรมะสูงสุด เป็นหัวใจของพระศาสนา” จึงนับได้ว่า “สันโดษ” เป็นธรรมประจำปี 2557 นำมาซึ่งความสุขและห่างไกลจากคอร์รัปชั่นโดยแท้ สำหรับผู้ถือปฏิบัติ



