คอลัมนิสต์

คำอวยพรกับการลงมือทำ

คำอวยพรกับการลงมือทำ

01 ม.ค. 2557

คำอวยพรกับการลงมือทำ : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

               คงจะเป็นธรรมเนียมที่ ผู้นำประเทศไม่ว่าจะในฐานะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง หรือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาการตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะต้องออกมาอวยพรให้แก่ประชาชนคนไทย

               ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เช่นกัน แต่เลือกที่จะอวยพรผ่านสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก

               รวมๆ คำอวยพรก็ประมาณว่า ขอให้ประชาชนคนไทยทุกคนกลับมารักสามัคคี ให้ผู้ที่มีความคิดเห็นขัดแย้งไม่ว่าจะมีอุดมการณ์ทางการเมืองหรือความเชื่อที่แตกต่าง ได้หันหน้าเข้าหากัน เพื่อบ้านเมืองของเราจะได้มีทางออกที่สันติ และ ยิ่งลักษณ์ เองจะตั้งอกตั้งใจทำงาน อดทน ท่ามกลางสถานการณ์ช่วงนี้

               คำอวยพรก็คือคำอวยพร ไม่ว่าใครที่พูดอวยพร ก็ต้องเชื่อมั่นไว้ก่อนว่า พูดขึ้นมาจากความบริสุทธิ์ของใจ ที่อยากให้เป็นเช่นนั้นจริงๆ

               แต่ในความเป็นจริงจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

               เพราะสถานการณ์การเมืองที่ผ่านมา ส่งสัญญาณความรุนแรงมาโดยตลอด บางครั้งถึงขั้นมวลชนปะทะกัน อย่างเช่นที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ระหว่างนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง กับมวลชนคนเสื้อแดง

               อีกครั้งก็ที่ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น คราวนี้เป็นผู้ชุมนุมจากกลุ่ม คปท.กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนมีผู้เสียชีวิต ทั้งที่เป็นตำรวจ และกลุ่มผู้ชุมนุม รวม 2 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน

               แต่ที่น่าแปลกใจก็กรณีหลังสุดนี้ ฝ่ายที่แสดงให้เห็นว่า "เจ็บแค้น" กลับเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยวันถัดมาไปรวมตัวแสดงพลัง และแสดงความรู้สึกที่ลานพระบรมรูปทรงม้ากันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว โดยที่ไม่มีคำพูดใดๆ จากฝ่ายการเมือง ทั้งที่ควรจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

               การปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งก็รู้กันอยู่ว่า นอกจากจะมีกฎหมายอยู่ในมือแล้วยังมีปืน พากันออกมาชุมนุม แสดงความรู้สึกคับข้องใจต่อผู้คนในสังคมที่แสดงความชิงชังรังเกียจ บางรายยังออกปากด้วยซ้ำไปว่า ถ้าเอาจริงคงตายเป็นร้อย

               ทั้งที่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง "เอาจริง หรือไม่เอาจริง" แต่มันคือการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา โดยมีระเบียบวินัย การฝึกฝนอย่างหนักบังคับควบคุมอารมณ์อยู่

               คงต้องไล่ถามไถ่กันตั้งแต่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ไปจนถึง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะรักษาการนายกฯ ว่า ปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว มีแนวทางจัดการปัญหานี้อย่างไร

               ยกเว้นว่ามีเจตนาที่จะปล่อยให้ตำรวจกับผู้ชุมนุมเปิดหน้าเป็นศัตรูกัน !

               ซึ่งเหตุการณ์มันก็ดูจะสอดคล้องไปกับความเชื่อ ความรู้สึก เมื่อมีเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ขับรถไปยิงใส่การ์ด คปท. แทบทุกคืนหลังเกิดเหตุปะทะกันที่ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น

               โดยที่วิ่งผ่านจุดที่ก่อนหน้านั้น "เคย" มีการตั้งด่านของตำรวจอยู่

               โดยที่กล้องวงจรปิดไม่รู้ยังทำงานได้อยู่หรือไม่

               ไม่นับรวมเหตุการณ์บุกเข้าไปยิงแม่ยก กปปส.ที่ต่างจังหวัด และยิงใส่บ้านพักแกนนำ กปปส. ที่พระนครศรีอยุธยา เมื่อกลางดึกวันที่ 30 ธันวาคม

               เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรจะต้องมีมากกว่าสิ่งที่ปรากฏในคำอวยพรในช่วงเทศกาลปีใหม่ของผู้นำประเทศ ผู้ที่รับผิดชอบควรจะต้องตื่นตัวมากกว่าเหตุการณ์ปกติ

               เพราะก่อนหน้านี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ออกมาเตือนแล้วว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเกิดเหตุรุนแรง และตอนนี้แค่การสมัครรับเลือกตั้งในระบบแบ่งเขต หลายจังหวัดก็ยังสมัครไม่ได้ ส่อเค้าว่า เมื่อถึงวันหย่อนบัตรและประกาศผลรับรองจำนวน ส.ส. อาจจะมีไม่ถึง 95% พอที่จะเปิดการประชุมสภาได้ตามที่กฎหมายกำหนด

               ศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง บอกอีกครั้งว่า จะไปหารือกับรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะสัญญาณความรุนแรงชัดเจนมากขึ้นทุกขณะแล้ว

               ถ้าหากไม่ทำให้คำอวยพรเป็นเพียงแค่ประเพณี ทำไปเพราะถึงกำหนด คราวนี้ก็คงจะเป็นอีกครั้งที่ ยิ่งลักษณ์ ได้โอกาสที่จะแสดงความกล้าหาญในฐานะผู้นำประเทศ ทำในสิ่งที่ได้เขียน-ได้พิมพ์ลงไปเพื่อสื่อสารกับคนทั้งประเทศว่า ที่ว่านั้น ทำได้จริง !

               เชื่อเถอะ มีคนไทยอีกเยอะที่อยากเห็นการลงมือทำมากกว่าแค่พูด หรือพิมพ์


.............................

(หมายเหตุ : คำอวยพรกับการลงมือทำ  : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)