
ประเทศชาติจะไปทางไหน
ประเทศชาติจะไปทางไหน : บทบรรณาธิการประจำวันที่30ธ.ค.2556
การรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎจำนวน 375 เขตทั่วประเทศในวันแรก เกิดเหตุวุ่นวายจากกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. จังหวัดต่างๆ ออกมาชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 โดยขอร้องไม่ให้กลุ่มบุคคลลงสมัครเพื่อเห็นแก่บ้านเมืองและรอให้มีการปฏิรูปการเมืองก่อน บางพื้นที่มีการตัดน้ำตัดไฟ บ้างก็ล้อมสถานที่จนผู้สมัครเข้าไม่ได้ ทำให้การรับสมัครต้องติดๆ ขัดๆ แต่ไม่รุนแรงจนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาดูแลความเรียบร้อย จนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บางเขตถึงกับขอลาออก เพื่อหนีความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เป็นเหตุให้ กกต.จังหวัดต้องออกมาประกาศยุติการรับสมัครใน 7 จังหวัดของพื้นที่ภาคใต้รวม 56 เขต พร้อมทั้งประกาศย้ายสถานที่สมัครและให้เปิดรับสมัครในวันถัดไปก็ตาม
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตอกลิ่มความขัดแย้งทางการเมืองขยายวงกว้างออกไป จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจไม่เข้าร่วมในการเลือกตั้งทั่วไป ส่วน กปปส.ก็ประกาศขัดขวางการเลือกตั้ง และแม้ว่ารัฐบาลประกาศที่จะดำเนินการปฏิรูปประเทศหลังเลือกตั้งแล้วก็ตาม ดูเหมือนว่าคู่ขัดแย้งและประชาชนจำนวนมากก็ไม่ได้ให้ความเชื่อถือต่อกระบวนการปฏิรูปดังกล่าวสักเท่าไร ดังนั้นแม้ว่าการเลือกตั้งอาจเกิดขึ้นได้ในที่สุด ฝ่ายผู้ต่อต้านก็คงจะชุมนุมคัดค้านรัฐบาลต่อไป ทำให้รัฐบาลใหม่ยากที่จะบริหารประเทศได้ ในขณะที่หากไม่มีการเลือกตั้งตามข้อเสนอของ กปปส. กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลก็คงไม่สามารถยอมรับได้เช่นกัน และจะนำไปสู่การเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายได้
มีการประเมินกันว่า สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองจะนำไปสู่ความรุนแรงจนกระทั่งสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งก็มีให้เห็นแล้ว นับเป็นอุปสรรคอย่างใหญ่หลวงในการสร้างความปรองดองในชาติ ทำให้ กกต.ต้องสวมบทโซ่ข้อกลางประสานทำความเข้าใจเพื่อแก้ไขวิกฤติปัญหากับคู่กรณีให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย หลังถูกปฏิเสธจากรัฐบาลกับข้อเสนอเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ขณะที่รัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยกระโดดเกาะรัฐธรรมนูญแน่น ปฏิเสธลั่นว่าไม่ได้ดื้อด้านและหวงอำนาจ แต่ไม่มีกฎหมายใดๆ ที่ให้อำนาจรัฐบาลเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปได้ เพราะเมื่อยุบสภาแล้วรัฐธรรมนูญบังคับให้มีการเลือกตั้งไม่เกิน 60 วัน
ทางออกจากความขัดแย้งทางการเมืองไทยในปัจจุบันคือ การปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ภายใต้วิถีทางประชาธิปไตย แม้ว่ารัฐบาลและ กปปส.ต่างแสดงความเห็นที่ดูเหมือนจะตรงกันว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปก็ตาม แต่เงื่อนไขของระยะเวลาจะก่อนหรือหลังเลือกตั้งยังคงไม่ลงตัว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป การปฏิรูปประเทศจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถือเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยคลี่คลายสถานการณ์ เพราะปัญหาส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาล ถ้ายังดึงดันที่จะให้มีการเลือกตั้งต่อไปก็ไม่พ้นอยู่บนกองเลือดและคราบน้ำตาของประชาชน จะเป็นการซ้ำเติมปัญหาประเทศยิ่งขึ้น



