คอลัมนิสต์

ไม่มีกม.ให้อำนาจนายกฯตั้ง'สภาปฏิรูปประเทศ'ได้

ไม่มีกม.ให้อำนาจนายกฯตั้ง'สภาปฏิรูปประเทศ'ได้

30 ธ.ค. 2556

ไม่มีกฎหมายให้อำนาจนายกรัฐมนตรีตั้ง'สภาปฏิรูปประเทศ'ได้ : กระดานความคิด โดยเสรี สุวรรภานนท์

              ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งสำนักงานนายกรัฐมนตรี ให้ตั้ง “สภาปฏิรูปประเทศ” นั้น ได้ตรวจสอบข้อกฎหมายแล้ว นายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีให้ตั้ง “สภาปฏิรูปประเทศเทศ” ได้ เนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน  พ.ศ.2534 มาตรา 9 และมาตรา 10 และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 มาตรา 6 และมาตรา 7 ที่ไม่ได้ให้อำนาจไว้ และไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีไปตั้งหน่วยงานนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน

              แม้ว่า คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งให้มี “สภาปฏิรูปประเทศ” โดยให้มีอำนาจหน้าที่ในการศึกษาและจัดทำข้อเสนอต่างๆ ก็ตาม แต่งานในหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นการตั้งในรูปองค์กร หรือเป็นหน่วยงาน ที่ไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งก่อนที่จะมีสมาชิกจำนวน 499 คน จะต้องมีผู้สมัครเข้ามาจำนวน 2,000 คน และมีคณะกรรมการสรรหาจำนวน 11 คน เลือกสรรแล้ว ให้เหลือสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ จำนวน 499 คน ดังกล่าว เท่ากับเป็นองค์กรหรือเป็นหน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้น

              เมื่อเป็น “สภาปฏิรูปประเทศ” แล้วจะต้องมีประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ และจะต้องมีบุคลากรเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่ระดับหัวหน้างาน ไปจนถึงเจ้าหน้าที่ทั่วไป จะต้องรองรับการทำงานของสมาชิกทั้ง 499 คน และสถานที่ทำงาน จะต้องมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มรับสมัคร รวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการรณรงค์ ค่าใช้จ่ายของวัสดุอุปกรณ์การทำงาน ไปจนถึงเบี้ยเลี้ยงของคณะกรรมการสรรหา รวมไปถึงเงินเดือนค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่ และเงินตอบแทนให้กับสมาชิกทั้ง 499 คน ที่มาจากทั่วประเทศ

              ในส่วนของการทำงานของ “สภาปฏิรูปประเทศ” ต้องมีการบริหารจัดการและมีระยะเวลาในการทำงาน รวมถึงสรุปผลของการทำงาน

              ดังนั้น เมื่อ "สภาปฏิรูปประเทศ” ได้จัดตั้งขึ้นเท่ากับว่า เป็นการตั้งองค์กรหรือหน่วยงานขึ้นโดยไม่มีกฎหมายรองรับ อันเป็นการขัดกับพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 และขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 อันมีผลทำให้ “สภาปฏิรูปประเทศ” ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญและขัดต่อกฎหมาย ไม่มีผลตามกฎหมายที่จะจัดตั้งขึ้นได้

              นอกจากนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรและได้มีพระราชกฤษฎีกา ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2556 เป็นต้นมา เพื่อเป็นการไม่ให้ได้เปรียบหรือเสียเปรียบในการเลือกตั้ง ซึ่งหากมีการตั้งสภาปฏิรูปประเทศ ควบคู่กับการเลือกตั้ง ย่อมมีการหาเสียงกันเกิดขึ้นและจะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ และอาจมีการซื้อเสียงขายสิทธิไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 จึงได้บัญญัติห้ามนายกรัฐมนตรีรวมถึงคณะรัฐมนตรี ห้ามกระทำการ (เว้นแต่ จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง) ดังนี้

              (1) ไม่กระทำการอันเป็นการใช้อำนาจแต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ หรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

              (2) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

              (3) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป

              (4) ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้งและไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

              ก็สรุปได้ว่า “สภาปฏิรูปประเทศ” ของรัฐบาล ตกเป็นโมฆะไม่สามารถตั้งได้เพราะไม่มีกฎหมายใดรองรับ รวมถึงเข้าข้อกำหนดห้ามนายกรัฐมนตรีและรัฐมนรี ทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ทุกข้อ และมันจะรุนแรงไปถึงมาตรา 237 หรือไม่ กกต. คงต้องพิจารณากันต่อไป