คอลัมนิสต์

เร่งเดินหน้าเลือกตั้งสั่งจับตา'ยังเติร์ก'

เร่งเดินหน้าเลือกตั้งสั่งจับตา'ยังเติร์ก'

24 ธ.ค. 2556

เร่งเดินหน้าเลือกตั้ง สั่งจับตา'ยังเติร์ก' : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

              เป็นไปตามคาด ยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยช่วงนี้ เน้นเป็นพิเศษกับการกันตัว นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากจุดวิกฤติ

              หลังจากที่เกือบเพลี่ยงพล้ำมาแล้วเมื่อครั้ง กฎหมายนิรโทษกรรม ที่แต่เดิมท่องคำว่า เป็นเรื่องสภา แต่สุดท้ายมาแถลงรับประกันว่า ที่ค้างอยู่ในสภา 6 ฉบับนั่นให้ถอนออกไปแล้ว

              ช่วงที่สถานการณ์การชุมนุมของ กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. มีการระดมพลครั้งใหญ่ ทางที่ดีที่สุดคือ หลีกภัยไปต่างจังหวัด

              ประชุม ครม.ที่ จ.ลพบุรี ก็ทำมาแล้ว คราวนี้ก็เดินสายไปเหนือ แล้วล่องอีสาน ครบแล้วก็ยังจะย้อนกลับไปเหนืออีก

              เพราะรู้ดีว่า ทำเนียบรัฐบาลนั้น เข้าทำงานไม่ได้แล้ว เช่นเดียวกับบ้านที่ ซอยโยธินพัฒนา 3 แม้จะมีกำลังตำรวจตั้งด่านสองชั้นสามชั้น แต่ก็ยากที่จะกลับไปนอนให้สบายใจไร้เสียงนกหวีดรบกวน

              ขณะที่เกมการเมืองก็มีการวางหมาก "ถอย" ไว้เป็นขั้นเป็นตอน รอดูว่า ถ้าม็อบไม่รุกหนัก ก็คงสถานการณ์เอาไว้ เพราะกำหนดวันเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 ก็ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

              ว่ากันว่า งบเลือกตั้ง 3,800 ล้านบาทนั่น ขอแค่ กกต.เอ่ยปากว่าไม่พอ ก็พร้อมจะถมให้อีกเป็น 4,000 ล้านบาท หรือกว่านั้นเลยก็ได้ ขอเพียงให้มีเลือกตั้งกันได้จริงเป็นพอ

              ส่วนที่ออกมารับปากว่าจะปฏิรูปการเมืองก็เป็นการปฏิรูปในแบบที่พรรคเพื่อไทยอยากทำ หาใช่ตามข้อเรียกร้องของ กปปส. หรือกระทั่งภาคเอกชนที่เรียกร้องให้ตั้งไข่ปฏิรูปก่อนที่จะหย่อนบัตรเลือกตั้ง

              ที่เป็นอย่างนี้ ก็เพราะ "วอร์รูม" ก็เห็นตรงกันกับ "นายใหญ่" ว่าม็อบในวันนี้ยังไม่อาจทำอะไรรัฐบาลรวมทั้ง นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้

              ขออย่างเดียว อย่าถอดใจลาออก ถ่วงเวลาเดินหน้าไปเลือกตั้งใหม่ได้ แค่นี้ก็เสร็จ !

              ความเคลื่อนไหวของ กปปส. มีจุดหมายก็เพื่อกดดันให้ทหารออกมายึดอำนาจ เพื่อเข้าไปใช้ มาตรา 7

              ซึ่งเรื่องนี้แก้ไม่ยาก และมีการดำเนินการไปแล้ว ทั้งการดูแลความต้องการของกองทัพ ทั้งในเรื่องงบประมาณและการโยกย้ายนายทหาร รวมทั้งการเดินตามกรอบกฎหมาย

              อีกประเด็นก็คือการใช้โลกล้อมประเทศ ดังที่ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ออกมาแถลงท่าทีของแต่ละประเทศที่มีต่อการชุมนุมทางการเมืองของไทยเป็นระยะๆ

              แต่ที่มีผลต่อกองทัพมากที่สุดเป็นความเคลื่อนไหวของสหรัฐอเมริกา ทั้งในแง่ของการเดินทางมาเยือนไทยของผู้บัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐ และการแสดงความเห็นของเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย

              แต่หากสุดท้ายแล้วเอาไม่อยู่จริงๆ กองทัพยกพลออกมายึดอำนาจ นั่นก็ต้องวัดใจกันว่า จะให้ "นองเลือด" กันอีกครั้งหรือเปล่า เพราะมวลชนคนเสื้อแดงก็เคยลั่นวาจาเอาไว้แล้วว่า ยึดเมื่อไหร่เจอกันเมื่อนั้น

              อย่างไรก็ตาม หนทางก็ใช่ว่าราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ

              นอกจากถูกยึดอำนาจแล้ว ยังมี ป.ป.ช.ที่ยังวางใจไม่ได้ เพราะกำหัวใจเอาไว้ เพราะยังมีคดีความอีกหลายคดีที่ยังรอวันชี้มูล...ชี้เมื่อไหร่ ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทีนี้ละจะยุ่งของจริง

              แต่เรื่องนี้ก็น่าจะยังไม่ใช่ระยะเวลาอันใกล้จนผิดปกติ เพราะมีการ "เช็กระยะ" กันตลอดอยู่แล้ว

              นั่นก็ทำให้มั่นอกมั่นใจว่า พร้อมเดินหน้าชน !

              เพราะประเด็นสำคัญที่ "นายใหญ่" มั่นใจก็คือ "กุนซือใหญ่" ฝ่าย กปปส.นั้น มือคนละชั้นกับฝ่ายนายใหญ่ แถมยังเลือกเดินหมากที่มันเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะ มาตรา 7

              ต่อให้ กปปส.อยู่ยาวจนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เต็มที่ก็คงจะมีภาคใต้ กับกรุงเทพมหานคร ส่วนต่างจังหวัดภาคเหนือ-อีสาน เสียงนกหวีดมีเพียงแค่หลักร้อย ขณะที่ฐานเสียงเพื่อไทยนั้นว่ากันที่หลักหมื่นจนถึงแสน

              ต่อให้ "โหวต โน" หรือจะ "โน โหวต" ล้วนแต่ไม่มีผลทางกฎหมายให้ผู้ชนะต้องเสียสละ

              ยิ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้ง พรรคที่เหลือก็พร้อมจะเป็นพันธมิตร เท่ากับว่าชัยชนะ กองอยู่ข้างหน้า รอแค่ว่าให้ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เท่านั้น

              "นายใหญ่" ได้ข้อสรุปว่า การชุมนุมครั้งนี้ "จำนวน" ไม่มีผล "คนชั้นกลาง" ก็ไม่มีผล หนักกว่านั้น หากชุมนุมยืดเยื้อ ก็จะยิ่งเข้าทางรัฐบาลที่มีทั้งกลไกรัฐ มีทั้งกฎหมายอยู่ในมือ

              ม็อบยิ่งอยู่นานยิ่งเสี่ยง เพราะแรงกดดันจะย้อนกลับไปหาม็อบจนอาจเผลอไปละเมิดกฎหมายเสียเอง

              ที่ยังพอให้กังวลนิดหน่อยก็คือ "ยังเติร์ก" ที่คุมกำลังนั้นสะสมความไม่พอใจกันมานาน เพียงแต่เมื่อส่วนยอดของกองทัพไม่ขยับ ก็เลยยังไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหว แต่ก็ใช่ว่าเรื่องเช่นนี้จะวางใจได้เสียทีเดียว

              เพราะถ้าลงได้รู้ว่ามี "คลื่นใต้น้ำ" แม้วันนี้จะยังไม่รุนแรงพอถึงขั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่หากวันใดเผลอละสายตา "สึนามิ" ก็มีโอกาสเกิดได้เหมือนกัน

.............................

(หมายเหตุ : เร่งเดินหน้าเลือกตั้ง สั่งจับตา'ยังเติร์ก' : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)