คอลัมนิสต์

ศอ.รส.ต้องไตร่ตรองก่อนแถลง

ศอ.รส.ต้องไตร่ตรองก่อนแถลง

24 ธ.ค. 2556

ศอ.รส.ต้องไตร่ตรองก่อนแถลง : บทบรรณาธิการประจำวันที่24ธ.ค.2556

               การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ดำเนินมาร่วม 2 เดือนแล้ว ยังคงอยู่ในรูปแบบที่รัฐธรรมนูญบัญญัติเอาไว้ ในมาตรา 63  ที่ว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือประกาศใช้กฎอัยการศึก พูดง่ายๆ ก็คือ การชุมนุมนั้นเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

               ผลจากการชุมนุมดังกล่าวทำให้ศาลเองก็ยังไม่ออกหมายจับแกนนำที่เหลือ (ยกเว้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) ภายหลังมีการร้องขอให้ออกหมายจับ โดยศาลเห็นว่า เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ทำให้การชุมนุมยืดเยื้อและมีแนวร่วมมาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเพราะเห็นด้วยกับแนวทางการเคลื่อนไหวเช่นนี้ เริ่มวางใจกับสถานการณ์การชุมนุมว่าเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญจริงๆ และมีความปลอดภัยในระดับหนึ่งจริงๆ โดยที่ "มือที่สาม" นั้นเป็นเพียงคำขู่ของหน่วยงานของรัฐที่ไม่ต้องการให้มีการชุมนุมอยู่แล้ว

               อย่างไรก็ดี ภายหลังการชุมนุมผ่านมาช่วงเวลาหนึ่งแล้ว กลับเริ่มมีสัญญาณว่าอาจจะเกิดความรุนแรงขึ้นได้ภายหลังเกิดเหตุการณ์พยายามเข้าไปทำร้ายสื่อมวลชน ซึ่งความไม่พอใจอาจมีมาแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เห็นได้จากการชุมนุมช่วงแรกๆ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้กระจายกันออกไปปิดล้อมสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ เมื่อมาเห็นการรายงานข่าวในช่วงที่ผู้ชุมนุมกำลังอยู่ในช่วงอารมณ์ร่วม ก็อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ แม้ว่าการรายงานข่าวของสื่อมวลชนนั้นจะมาจากข้อเท็จจริง หรือมาจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รัฐบาลแต่งตั้งให้มารับผิดชอบดูแลการชุมนุมให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย รวมทั้งป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม

               อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ ศอ.รส.แถลงต่อสาธารณะนั้นดูเหมือนจะไปเพิ่มอารมณ์ของผู้ชุมนุมที่คุกรุ่นอยู่แล้ว ให้มีความไม่พอใจมากขึ้น และก็น่าเชื่อว่า ความพยายามจะเข้าทำร้ายสื่อมวลชนนั้น สืบเนื่องมาจากข้อมูลที่อาจจะมาจาก ศอ.รส. โดยเฉพาะเมื่อมีการประเมินจำนวนผู้ที่มาร่วมชุมนุม ตัวเลขที่มาก ศอ.รส.นั้นดูจะน้อยเป็นพิเศษ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ใช้หลักการคำนวณเป็นการเฉพาะ หรือเห็นว่า ตัวเลขที่ออกมานั้นจะส่งผลด้านจิตวิทยาต่อผู้ชุมนุมรวมทั้งผู้ที่กำลังตัดสินใจว่าจะเดินทางมาร่วมชุมนุมดีหรือไม่

               สิ่งที่ควรจะเป็นสำหรับหน่วยงานรัฐที่อยู่ในจุดล่อแหลมว่าจะเกิดความขัดแย้ง ไม่ว่าจะด้วยหน่วยงานนั้นเอง หรือการก่อให้เกิดความเข้าใจผิด โดยเฉพาะ ศอ.รส.จะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ นอกจากข้อเท็จจริงแล้ว ยังต้องดูด้วยว่า มีประโยชน์หรือไม่ หรือแม้แต่จะเป็นข้อเท็จจริง แต่เมื่อแถลงไปแล้วไปเพิ่มความรุนแรง ศอ.รส.ก็ควรจะใคร่ครวญว่า บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรหลังข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ไม่มีประโยชน์อะไรที่ ศอ.รส.จะเอาตัวเองไปคลุกกับความขัดแย้ง