
จับตาสัปดาห์เดือด!'การเมือง-คดีการเมือง'
จับตาสัปดาห์เดือด!'การเมือง-คดีการเมือง' : ขยายปมร้อน โดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย/สมถวิล เทพสวัสดิ์
การชุมนุมของ "กลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) เพื่อขับไล่ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" พ้นจาก "นายกรัฐมนตรีรักษาการ" และเรียกร้องให้ "ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง" เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามีประชาชนร่วมชุมนุมจำนวนมาก
โดย "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการ กปปส.ประกาศบนเวทีหาก "ยิ่งลักษณ์" ยังไม่ลาออกจาก "นายกรัฐมนตรีรักษาการ" ครั้งหน้าจะปิดถนนทั้งวัน ทั้งสัปดาห์ และทั้งเดือน จนกว่า "ยิ่งลักษณ์" จะลาออก
ขณะที่ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ก็ย้ำกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินทางไป จ.หนองคาย โดยยืนยันอยู่ในตำแหน่ง เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ดื้อรั้นหรือยึดติดกับตำแหน่ง
ดังนั้น ภาพการชุมนุมขับไล่ "ยิ่งลักษณ์" พ้นจากนายกรัฐมนตรีรักษาการ และปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง ของ "กปปส." คงยืดเยื้อแน่นอน
และที่สำคัญสัปดาห์นี้มีกิจกรรมที่น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งกิจกรรมทางการเมือง และกิจกรรมดำเนินคดีกับกลุ่มการเมือง
โดยระหว่างวันที่ 23-27 ธันวาคม ทาง "คณะกรรมการการเลือกตั้ง" (กกต.) เตรียมเปิดสมัครรับเลือกตั้ง "สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ" ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง โดยเบื้องต้นมีความชัดเจนแล้วว่า "พรรคประชาธิปัตย์" มีมติไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในครั้งนี้
ส่วนจะส่งผลต่อจำนวน ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด 500 ที่นั่ง และไม่สามารถเรียกเปิดประชุมได้หรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไป
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ "กปปส." ได้ประกาศนำมวลชนไปที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ในวันที่ 23 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัคร เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ส่วนจะทำกิจกรรมอะไร และจะส่งผลต่อการเปิดรับสมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือไม่ต้องรอดู
ส่วนความเคลื่อนไหวการดำเนินคดีกับ "กปปส." ในวันที่ 26-27 ธันวาคมนี้ "กรมสอบสวนคดีพิเศษ" โดย "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีดีเอสไอ ได้ออกหมายเรียกไปยัง "แกนนำ กปปส." ทั้ง 17 คน ให้มารับทราบข้อกล่าวหา “ร่วมกันเป็นกบฏ"
โดยแยกให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจำนวน 9 คน มาวันที่ 26 ธันวาคม เวลา 14.00 น. ส่วนวันที่ 27 ธันวาคม เวลาเดียวกันจำนวน 8 คน
ก่อนหน้านี้ แกนนำ กปปส.ทั้ง 17 คน นอกจากถูกออกหมายเรียกแล้ว ยังถูกอายัดบัญชี และตรวจสอบย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเงิน รวมทั้งอายัดบัญชี "ครัวราชดำเนิน" อีก 2 บัญชี
ขณะที่ "แกนนำทั้ง 17 คน" ประกาศไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าว จนกว่าภารกิจ กปปส.จะเสร็จสิ้น จึงต้องดูว่า "ธาริต" จะทำอย่างไรหรือจะออกหมายจับทันที
และการที่ออกหมายเรียก และสั่งอายัดบัญชี "แกนนำ กปปส." เพิ่มอีก 20 คน ข้อหาปราศรัยปลุกระดม ยิ่งเพิ่มกองหนุนเรียกความเห็นใจมากขึ้น
แทนที่ดีเอสไอจะขอให้สถาบันการเงินตรวจบัญชีก่อนว่าบัญชีต้องสงสัยมีเงินเข้าออกผิดปกติหรือไม่ โดยให้ทำเป็นการภายในก่อน ยังไม่ต้องอายัด แม้กฎหมายทำได้ แต่เหมาะสมหรือไม่ เพราะ "ดีเอสไอ" ทำหนังสือสอบถามให้สถาบันการเงินรายงานเส้นทางการเงินพร้อมกับอายัดบัญชีพร้อมกันจึงอาจจะดูไม่เหมาะสมและมีเสียงวิจารณ์ตามมา
การที่ "ดีเอสไอ" ใช้ช่องทางกฎหมายดำเนินคดีกับ "กปปส." เริ่มตั้งแต่ "คณะกรรมการคดีพิเศษ" (กคพ.) มีมติให้ดีเอสไอรับโอน คดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมโดย กปปส.กว่า 20 คดี เป็นคดีพิเศษทำให้ "ดีเอสไอ" โดยเฉพาะ "ธาริต" กลายเป็น "เป้า" ถูกเวที กปปส.ปราศรัยโจมตีอยู่ตลอด
ขณะที่ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของ "กปปส." แต่หน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องการใช้บังคับกฎหมายยังคงต้องทำหน้าที่ไม่ว่าจะ "จำยอม" หรือ "ยินดี" ย่อมส่งผลต่อกำกับดูแลองค์กรดังกล่าว
ขณะที่สถานการณ์การเมืองขณะนี้ต่างฝ่ายสู้แบบมีเดิมพัน "แพ้ไม่ได้" ทำให้ "ธาริต" และ "ยิ่งลักษณ์" ต้องร่วมต่อสู้ เพราะถ้าแพ้หมายถึงไปด้วยกันทั้งคู่
....................................................
(หมายเหตุ : จับตาสัปดาห์เดือด!'การเมือง-คดีการเมือง' : ขยายปมร้อน โดยปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย/สมถวิล เทพสวัสดิ์)



