คอลัมนิสต์

ศึก2ด้านของรัฐบาล

ศึก2ด้านของรัฐบาล

23 ธ.ค. 2556

ศึก2ด้านของรัฐบาล : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 23 ธันวาคม 2556

             ภายหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติไม่เลื่อนการเลือกตั้งออกไปจากกำหนดเดิมวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ตามที่มีพระราชกฤษฎีกาออกมา ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพียง 1 วัน กกต.ได้แสดงท่าทีประนีประนอมให้พรรคการเมืองไปหารือกันเพื่อสรุปว่าจะเลื่อนเลือกตั้งออกไปหรือไม่ ขณะเดียวกันก็ได้แสดงความวิตกกังวลกับแนวโน้มที่อาจจะเกิดความวุ่นวายขึ้น ซึ่งก็มีความเป็นไปได้มากว่าจะเกิดเหตุเช่นนั้น นับตั้งแต่วันเปิดรับสมัครเลือกตั้ง ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง และวันลงคะแนนเลือกตั้ง ครั้นเมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีมติบอยคอตเลือกตั้งด้วยการไม่ส่งผู้สมัคร ภาระการตัดสินใจจึงกลับมาตกที่กกต.และรัฐบาลอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้าหากจะเดินหน้าเลือกตั้งต่อไปตามมติเดิมแล้ว จุดหมายปลายทางของปัญหาจะไปจบลง ณ จุดใด

             เมื่อครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคชาติไทย พรรคมหาชน บอยคอตไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 นั้น ได้เกิดปรากฏการณ์ "ความวุ่นวาย" ที่ตามมาอีกหลายอย่าง ในเมื่อพรรคไทยรักไทยของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส่งผู้สมัครโดยไม่มีคู่แข่งขัน อย่างในระบบ ส.ส.เขต โดยที่กฎหมายกำหนดว่า ถ้ามีผู้สมัครเพียงคนเดียว ผู้ได้รับเลือกตั้งจะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 จึงเกิดข้อครหาเรื่องการจัดฉากว่าจ้างพรรคเล็กลงสมัครเพื่อให้มีผู้สมัครมากกว่า 1 คน การจัดหน่วยลงคะแนนเลือกตั้งด้วยการวางคูหาเลือกตั้งให้ผู้ใช้สิทธิ์หันหลังออก ผู้ลงคะแนนฉีกบัตรเลือกตั้งประท้วง ฯลฯ ซึ่งในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้พิพากษาให้การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ นั่นคือตัวอย่างของ "ความวุ่นวาย" อันยังไม่นับรวมถึงว่า ส.ส.ที่ได้มาหลังเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ จะมีคุณภาพเช่นไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งความชอบธรรมของสภา ที่มี ส.ส.เป็นพวกเดียวกันหมดจะมีอยู่หรือไม่

             อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้ตอกย้ำจุดยืนเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรีทั้งคณะลาออกจากรักษาการเพื่อเปิดทางให้แก่กระบวนการปฏิรูปการเมืองก่อนที่จะจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม โดยล่าสุด การแสดงออกของมหาประชาชนที่ร่วมชุมนุมกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่า พวกเขาสนับสนุนการกดดันให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีลาออกต่อไป ที่รัฐบาลหวังเวลา "กระแสตก" ก็ประจักษ์ชัดแล้วว่า แนวโน้มกลับตรงกันข้ามเพราะมวลชนใช้มาตรการ "ไม่ชนะไม่เลิก"

             ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากแนวทางที่รัฐบาลเลือก คือเดินหน้าเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ โดยยึดมั่นในหลักของกฎหมาย ทั้งๆ ที่เล็งเห็นกันอยู่แล้วว่าจะเกิดความวุ่ยวายหรือความไม่เป็นปกติอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ส.ส.ที่ได้มาจากการเลือกตั้งที่ใช้งบประมาณ 3,800 ล้านบาทขาดความชอบธรรม ขณะที่บนท้องถนนยังเนืองแน่นไปด้วยมวลชนกดดันรัฐบาลที่แกนนำเป่านกหวีดรวมพลครั้งใด ก็พร้อมใจกันออกมาสร้างแรงกดดันอย่างพร้อมเพรียง สภาพเช่นนี้ คงเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลจะบริหารประเทศอย่างราบรื่นต่อไปได้ เฉกเช่นเดียวกับความวุ่นวายที่จะเกิดจากการเลือกตั้ง นาทีนี้จึงจำเป็นยิ่ง ที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะต้องตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ ไม่ใช่มุ่งแต่จะเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งอย่างที่เห็นและเป็นไป