คอลัมนิสต์

ราดน้ำมันบนกองไฟ

ราดน้ำมันบนกองไฟ

22 ธ.ค. 2556

ราดน้ำมันบนกองไฟ : บทบรรณาธิการประจำวันที่22ธ.ค.2556

              กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กำลังถูกจับตาอย่างยิ่งและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากมายกับพฤติการณ์ของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี ที่ออกหมายเรียกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และพวก รวม 18 คน กรณีกระทำผิดอันเนื่องมาจากการชุมนุมและให้ทำหนังสือแจ้งธนาคารพาณิชย์ 30 แห่ง ทำการอายัดและตรวจสอบบัญชีเงินฝากทั้งหมด ก่อนที่จะออกหมายเรียกและมีคำสั่งอายัดทรพย์สินแกนนำเพิ่มอีก 20 คนในวันถัดมา จนถูกกล่าวหาว่าเป็นการคุกคามข่มขู่และกระทำการเกินกว่าหน้าที่
 
              การดำเนินการครั้งนี้คงจะมองเป็นอย่างอื่นไปได้ยาก นอกจากรับใช้รัฐบาลอย่างเต็มที่ในความพยายามที่จะสกัดการเคลื่อนไหวล้มระบอบทักษิณของมวลมหาประชาชน ที่นับวันจะแสดงพลังให้เห็นความแข็งแกร่งของคนทั่วทุกหัวระแหงที่มาชุมนุมกันในกรุงเทพมหานคร และพร้อมใจกันเดินบนถนนทุกนัดหมายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกำลังใจและเสียงนกหวีดตลอดสองข้างทาง แบบไม่เกรงกลัวกับคำขู่ที่จะถูกตรวจสอบเช่นกันในการเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้แก่กลุ่มกบฏซึ่งเป็นข้อหาที่พวกเขาถูกยัดใส่ ดูได้จากการอุ่นเครื่องขับไล่นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19-20 ธันวาคม ที่แฟนคลับตลอดเส้นทางอโศกและสีลมออกมาร่วมเคลื่อนไหวให้กำลังใจกันล้นสองข้างทางพร้อมมอบเงินสนับสนุนให้กว่า 2 ล้านบาท

              จะว่าไปแล้วการดำเนินงานของดีเอสไอไม่ว่าจะเป็นคดีธรรมดาหรือจะมีความซับซ้อนเกี่ยวพันถึงความเสียหายใหญ่หลวงจนถูกจัดวางเป็นคดีพิเศษ ก็มีขั้นตอนการทำงานโดยมุ่งเน้นข้อเท็จจริงตามกฎหมายกระบวนความ ซึ่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ มาตรา 24 ระบุชัดว่า เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจหน้าที่ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่ค้นพบ จากการตรวจค้นเคหสถาน ยานพาหนะ หรือกรณีมีหนังสือสอบถาม หรือเรียกให้สถาบันการเงินส่งเอกสารการเคลื่อนไหวทางบัญชีมาเพื่อตรวจสอบ หากพบว่า มีธุรกรรมน่าสงสัยเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด พนักงานสอบสวนจึงจะมีอำนาจยึดอายัดตามกฎหมายได้ จะเห็นได้ว่าคดีของแกนนำ กปปส.นั้น ดีเอสไอเพิ่งรับเป็นคดีพิเศษ จึงควรมีระยะเวลาในการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานพอสมควรอย่างน้อย ควรมีหนังสือไปยังธนาคาร ขอเรียกดูกระแสการเงินก่อน เมื่อพบธุรกรรมต้องสงสัยจึงค่อยสั่งอายัด

              ยิ่งไปกว่านั้นศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ว่าการชุมนุม กปปส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้เสรีภาพโดยสงบปราศจากอาวุธ เนื่องจากการไม่ไว้วางใจการบริหารราชการแผ่นดิน ประกอบกับเป็นการแสดงพลังที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมากเพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง จะเห็นได้ว่าการปฏิบัติงานของนายธาริตสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในมาตรา 157 และละเมิดอำนาจศาลอย่างยิ่ง เนื่องเพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีผลผูกพันต่อทุกองค์กร การปฏิเสธอำนาจศาลก็เคยมีบทเรียนให้เห็นกันมาแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ จนต้องออกมาเดินถนนประท้วงกันมากมายเป็นประวัติการณ์ อธิบดีดีเอสไอกำลังใช้วิธีการบิดเบือนกฎหมายสร้างพลังเกลียดชังรัฐบาลให้เข้มแข็งและขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ เป็นการราดน้ำมันใส่กองไฟกระตุ้นให้มวลมหาประชาชนออกมาขับไล่นายกรัฐมนตรีเพิ่มจำนวนขึ้นไปอีก