
โจ๋ขี่จยย.ปล้นทรัพย์2ชม.ตำรวจล็อกทันควัน
โจ๋ขี่จยย.ปล้นทรัพย์2ชม.ตำรวจล็อกทันควัน : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม
ทุกวันนี้การถือโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต ราคาแพงเดินบนถนน ทางเท้า บริเวณป้ายรถเมล์ หรือที่สาธารณะ บางครั้งอาจจะไม่ปลอดภัย เพราะมีกลุ่มมิจฉาชีพออกตระเวนก่อเหตุรุมทำร้ายปล้นชิงทรัพย์ เน้นเลือกเหยื่อที่อยู่ตามลำพัง และถือทรัพย์สินมีค่า
เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับ นายจตุรภัทร ขำบริสุทธิ์ อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ถูกโจรทำร้ายร่างกาย ก่อนที่จะชิงโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงิน ขณะกำลังเดินกลับบ้านที่บริเวณปากซอยติวานนท์ 32 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี
นายจตุรภัทร เล่าว่า คนร้ายมาด้วยกันประมาณ 6-7 คน ขี่รถจักรยานยนต์มา 4 คัน โดยจอดรถไว้ริม เมื่อเห็นเหยื่อเดินมาคนเดียวคนร้ายก็วิ่งมาทางด้านหลังแล้วรุมทำร้ายทั้งตีศีรษะ รุมทุบตีจนล้มลงแล้วยังรุมเตะ กระทั่งตั้งหลักได้จึงพยายามฮึดสู้ แต่คนร้ายก็รีบฉกเอาทรัพย์สิน และวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์หนีไป หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนนทบุรี
"ไม่น่าเชื่อเพียง 2 ชั่วโมง ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ติดตามจับกุมนายเอ อายุ 17 ปี หนึ่งในกลุ่มคนร้ายได้ภายในตลาดนัดคลองหลอด ขณะที่กำลังนำมือถือของผมไปขาย" นายจตุรภัทร เล่า
ปฏิบัติการจับโจรหลังเกิดเหตุได้เพียง 2 ชั่วโมง ครั้งนี้ พ.ต.อ.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.เมืองนนทบุรี บอกว่า เหตุในลักษณะนี้เกิดขึ้นทั้งในพื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับแก๊งวัยรุ่นในท้องที่ที่เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน จึงได้เค้าว่าเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มใด และนำของกลางไปขายที่ไหน จากนั้นได้นำกำลังไปดักรอตามจุดรับซื้อโทรศัพท์หลายแห่ง รวมถึงตลาดคลองหลอด จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ในที่สุด
หลังจากจับกุมนายเอ เจ้าหน้าที่ขยายผลทราบว่า ยังมีเพื่อนร่วมก่อเหตุทั้งหมดอีก 7 คน จึงวางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 คน ส่วนที่เหลือกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยึดของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ 3 คัน ที่ใช้ก่อเหตุ โทรศัพท์มือถือ และไอแพดมินิ
ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี บอกด้วยว่า คนร้ายแก๊งนี้ร่วมกันก่อเหตุทั้งหมด 7 คน มักรวมตัวกันเล่นการพนันที่โต๊ะสนุกเกอร์แห่งหนึ่งย่านเตาปูน พอเงินหมดก็กระจายกันไปก่อเหตุ ตั้งแต่ 3-6 คน โดยขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนปล้นทรัพย์ เมื่อเจอเหยื่อที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์ หรือถือโทรศัพท์อยู่ริมถนน ไม่ว่าเป็นชาย หญิง เด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ แค่เห็นว่าถือโทรศัพท์มือถือเดินมาคนเดียวก็จะขับรถเข้าไปจอดที่ด้านหลัง ก่อนจะหาไม้ หรือขวดตามข้างทางเป็นอาวุธรุมตีเหยื่อจนสลบ แล้วหยิบเอาโทรศัพท์หลบหนีไป จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง ทั้งในท้องที่นครบาล และสภ.เมืองนนทบุรี
"พวกนี้ก่อเหตุแทบทุกวัน บางวัน 2-3 รอบ เลือกเหยื่อโดยไม่สนว่าเป็นที่เปลี่ยว หรือที่คนพลุกพล่าน ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครเข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย ส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเป็นเรื่องทะเลาะวิวาท เลยทำให้คนร้ายยิ่งได้ใจ ก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก ตอนนี้มีผู้เสียหายมาชี้ตัวกว่า 10 ราย" พ.ต.อ.ไตรรงค์กล่าว
ในตอนท้าย พ.ต.อ.ไตรรงค์ ฝากเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการถือโทรศัพท์ในที่สาธารณะ เพราะอาจตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มมิจฉาชีพ สำหรับผู้เห็นเหตุการณ์ แม้จะไม่สามารถเข้าระงับเหตุได้ แนะนำให้ใช้วิธีบันทึกภาพเพื่อเป็นเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ในการติดตามจับกุมคนร้าย



