
'ล้มเลือกตั้ง-ลงเลือกตั้ง'ดัชนีชี้อนาคตปชป.
'ล้มเลือกตั้ง-ลงเลือกตั้ง'ดัชนีชี้อนาคตปชป. : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl
ระหว่างที่ "พรรคประชาธิปัตย์" เตรียมประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ เพื่อเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหญ่ ขณะที่ปลายเดือนธันวาคมนี้ จะมีการเปิดรับสมัคร ส.ส.ระบบัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขต
โดยวันที่ 23-27 ธันวาคม จะเปิดรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนการเปิดรับสมัคร ส.ส.ระบบเขตจะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม ถึง 1 มกราคม 2557 โดยกำหนดเลือกตั้งทั่วไปจะมีขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
ซึ่งหลายภาคส่วนได้แสดงความเห็นด้วย และคัดค้านกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เพราะเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้มีความเห็นที่แตกต่างและมีการชุมนุมเรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศ และแก้ไขกฎหมายให้เสร็จสิ้นก่อนจะจัดการเลือกตั้ง
พรรคการเมืองหลายพรรคอาจจะมีความพร้อมในการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่สำหรับ "พรรคประชาธิปัตย์" คงต้องคิดหนัก เนื่องจาก 9 แกนนำ ภายใต้ชื่อ "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) มาจากอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์
โดยเฉพาะ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการ กปปส.ได้ประกาศชัดบนเวทีเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา "จะไม่ไปร่วมกระบวนการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้อย่างเด็ดขาด จนกว่าจะเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศให้เสร็จก่อน แต่ถ้าจะให้การเลือกตั้งต้องแก้กฎหมายเลือกตั้ง อุดช่องโหว่เรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง นักการเมืองที่ซื้อสิทธิ นอกจากจะถูกตัดสิทธิแล้ว ต้องติดคุกด้วย แก้กฎหมายพรรคการเมือง ไม่ยอมให้คนคนเดียวชี้นำให้ทุกคนในพรรคทำตาม"
จากคำปราศรัยของ "กำนันสุเทพ" บนเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในคืนนั้นย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจของที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 17 ธันวาคม ซึ่ง "คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่" น่าจะตัดสินใจว่าจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งหรือไม่ในวันดังกล่าวด้วย
เพราะ "9 แกนนำ กปปส." เลือกที่จะเดินตามเป้าหมายของตัวเองที่ต้องการให้ปฏิรูปประเทศ และแก้ไขกฎหมายก่อนการเลือกตั้ง หากพรรคประชาธิปัตย์มีมติ "ส่งสมาชิกลงเลือกตั้ง" ก็ต้องหาคำตอบให้แก่อดีตสมาชิกภายใต้ชื่อ "กปปส." ที่กำลังรณรงค์ไม่ร่วมกระบวนการเลือกตั้ง และสังคมที่สนับสนุนแนวคิดของ "กปปส."
แต่ถ้า "ตัดสินใจไม่ส่ง" ผู้ใหญ่ในพรรคก็ต้องมีคำตอบให้แก่ "สมาชิกพรรค และสังคมที่ตั้งคำถาม"
สำหรับแนวทางสมาชิกภายใน "พรรคประชาธิปัตย์" มี 2 แนวทาง คือ 1.กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง 2.กลุ่มที่เห็นว่าควรส่งสมาชิกลงรับเลือกตั้ง
โดยกลุ่มที่ "ไม่เห็นด้วย" เห็นว่าควรปฏิรูปประเทศและแก้ไขกฎหมายก่อน ซึ่งกลุ่มนี้สมาชิกส่วนใหญ่มีความสนิทสนมกับ "กำนันสุเทพ" และมักเห็นหน้าไปช่วยปราศรัยอยู่บนเวทีบ่อยครั้ง
สำหรับกลุ่มที่เห็นว่า "ควรส่ง" ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.อาวุโส และอดีต ส.ส.รุ่นใหม่ไฟแรง เพราะเห็นว่าควรยึดหลักปฏิญญาของพรรคคือการต่อสู้ในสภาแม้พรรคจะเสียเปรียบก็ตาม
เมื่อก่อน "พรรคประชาธิปัตย์" จะมี 4 เสาหลัก คือ "ชวน หลีกภัย-บัญญัติ บรรทัดฐาน-สุเทพ เทือกสุบรรณ-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" แต่ปัจจุบันเหลือ 3 เสาหลัก ดังนั้น "ทิศทางการส่ง-ไม่ส่ง" ผู้สมัครของพรรคลงรับเลือกตั้ง 3 เสาหลักของพรรคที่เหลือจะเป็นเสียงที่นำทางได้
แต่เชื่อว่ามติที่ทุกคนอยากได้ยินในวันที่ 17 ธันวาคม คือ เรื่องพรรคจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ หรือไม่ เพราะถ้า "ส่งลงสมัคร" สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์นอกจากต้องแข่งขันกับ "คู่แข่ง" ต่างพรรคการเมืองแล้ว ยังต้องฝ่ากระแส "การรณรงค์ไม่ร่วมกระบวนการเลือกตั้ง" ของ "กปปส." ที่เชื่อว่าจากนี้ไปจะมีการปราศรัยอย่างจริงจังบนเวที
เมื่อ "กปปส." รณรงค์ไม่ร่วมกระบวนการเลือกตั้ง ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องทำงานหนักที่สุดคือ "14 จังหวัดชายแดนภาคใต้" โดยดูจากการเดินทางมาร่วมยกระดับของ "กปปส." ในวันที่ 24 พฤศจิกายน กับ 9 ธันวาคม ที่ส่วนใหญ่เป็นคนจังหวัดภาคใต้ จะทำให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ลงสมัครต้องตอบคำถามประชาชนในพื้นที่หากมีคำถามที่เดินสวนทางกับเป้าหมายของ "กปปส."
ดังนั้น การที่พรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจ "ลงเลือกตั้ง หรือล้มเลือกตั้ง" ในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ นับเป็น "ทางสองแพร่ง" ที่ผู้นำพรรคต้องตัดสินใจ เพราะจะเป็นดัชนีชี้อนาคตพรรคจะนำไปสู่ความสำเร็จหรือเพิ่มความขัดแย้งภายในมากยิ่งขึ้น
.........................................
(หมายเหตุ : 'ล้มเลือกตั้ง-ลงเลือกตั้ง'ดัชนีชี้อนาคตปชป. : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl)



