คอลัมนิสต์

วงจรอุบาทว์จะกลับมาถ้าไม่ปฏิรูปการเมืองและตำรวจ

วงจรอุบาทว์จะกลับมาถ้าไม่ปฏิรูปการเมืองและตำรวจ

16 ธ.ค. 2556

วงจรอุบาทว์จะกลับมาถ้าไม่ปฏิรูปการเมืองและตำรวจ : กระดานความคิด โดยพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์

             ถ้าตั้งจิตใจให้เป็นกลางแล้ว ลองมาดูกันตามความจริงของการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล (เครือข่ายทักษิณ) ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ จะเห็นถึงผลดีที่ประเทศไทยและคนไทยจะได้รับจากการเคลื่อนไหวของ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกลุ่ม กปปส.ต่อการปกป้องความมั่นคงของชาติ (ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์) ขึ้นหลายเรื่อง เช่น 1.ป้องกันการทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งปัจจุบันนี้เกิดขึ้นมากมายและทั้งหมดมาจากเครือข่ายบุคคลที่สนับสนุนรัฐบาล ซึ่งมีหลักฐานอย่างชัดเจนครบถ้วน จนมีคำกล่าวว่า "คนเสื้อแดงทุกคนไม่ได้หมิ่นสถาบัน แต่คนหมิ่นสถาบัน ทุกคนเป็นคนเสื้อแดง" ดังนั้น ถ้าหยุดเครือข่ายทักษิณไว้ได้ในระยะนี้ ก็เท่ากับหยุดการทำลายสถาบันลงได้ ไม่ลามออกขยายตัวต่อไปอีก
 
             2.ป้องกันการทำลายศาสนาจากอำนาจรัฐที่สนับสนุนลัทธิแปลกประหลาดจนมีอิทธิพลมากมายอยู่ในขณะนี้ก็จะชะลอลง พระนอกรีตที่แต่งจีวรแดงห้อยสร้อยคอรูปคุณยิ่งลักษณ์ก็จะหมดไป สังคมไทยก็จะสุขสงบ เด็กรู้จักเคารพผู้ใหญ่ รู้จักกล่าวคำว่า "ขอโทษ" เพราะต่อจากนั้น เมื่อทุกคนเข้าวัดก็จะได้ ความดีงามติดตัวกลับมา ไม่ใช่ได้ "ความโลภหลง" กลับไป
 
             3.ป้องกันการทำลายความมั่นคงของชาติ จากการสร้าง "มาตรการทางป้องกันการทุจริตทั้งในระบบราชการและระบบการเลือกตั้ง" ซึ่งจะช่วยให้ชาติไทยรอดพ้นจากการล่มจ่ม ได้คนดีมาเป็นรัฐบาล อย่างทันท่วงที
 
             ทั้ง 3 องค์ประกอบสำคัญของประเทศชาติที่จะได้รับการปกป้องจากการปฏิวัติของประชาชนในนาม กปปส.นั้น เห็นได้ถึงผลดีที่จะเกิดต่อประเทศชาติได้อย่างชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่คนดีและข้าราชการดีที่ทำมาหากินสุจริตทุกคนต้องออกมาสนับสนุนแน่นอน ส่วนคนที่คัดค้านนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดีที่ยังได้ผลประโยชน์จากเครือข่ายทักษิณอยู่ โดยเฉพาะคนดีก็ต้องขอร้องให้ทำใจทิ้งผลประโยชน์ส่วนตัวออกไปเพื่อกอบกู้ชาติไว้ก่อนครับ
 
             ปัจจุบันการต่อสู้ของรัฐบาลและ กปปส.กำลังอยู่ในระยะที่งวดเข้ามาทุกทีแล้ว อยู่ในสภาพที่ใครพลาดก็แพ้ ปัจจุบันรัฐบาลได้เปรียบที่มีตำรวจและสื่อและทหารใหญ่ 2-3 คนคอยหนุนหลังอยู่ แต่ฝ่าย กปปส.คงมีแต่ประชาชนหนุนหลังอยู่เท่านั้น จึงเสียเปรียบ ดังนั้นเมื่อผลดีต่อชาติที่จะเกิดขึ้นมีอย่างมากมายตามที่กล่าวมาแล้วและเห็นได้ชัดเจน แต่ทำไมข้าราชการ ทหาร และตำรวจ จึงยังอยู่ฝ่ายรัฐบาลต่อไปอีก คำตอบคือ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทุกคนมาจากการเกื้อหนุนของเครือข่ายทักษิณ ดังนั้นจึงมีแผลติดตัว ถอยลำบาก แม้จะรู้ว่าใครถูกใครผิดก็ตาม ส่วนข้าราชการระดับรองลงมาก็รู้แก่ใจว่า เครือข่ายทักษิณนั้นไม่มีคุณธรรม ล้างแค้นแน่ถ้ามีอำนาจต่อไป ข้าราชการส่วนนี้ก็ได้แต่แอบมาชุมนุม ไม่กล้าหยุดงาน ไม่กล้าเปิดเผยตัว กปปส.จึงฝ่าระบบราชการไปได้ยาก ทำให้นายกฯ และรัฐบาล ซึ่งหมดสภาพไปแล้ว ยังสามารถใช้อำนาจรัฐแบบผิดกฎหมายอยู่ต่อไปได้ แม้จะไม่เต็มที่นักก็ตาม
 
             ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลใช้อำนาจโดยไม่ได้คำนึงว่า มี "หน้าที่" ซึ่งต้องปฏิบัติตามควบคู่ไปด้วย เพราะทุกครั้งที่รัฐบาลใช้อำนาจ รัฐบาลจะต้องมีหน้าที่ในการควบคุมอำนาจที่ใช้ให้อยู่ในขอบเขตที่ไม่กระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน แต่รัฐบาลกลับทำแบบนี้มามากกว่า 2 ปีแล้ว โดยไม่ฟังการทักท้วงจากประชาชนเลย เมื่อลุแก่อำนาจแบบนี้แล้ว นายกฯ ยังจะคิดอยู่เพื่อใช้อำนาจต่อไปอีกหรือ การไม่ทำตามหน้าที่นั้นเกือบทุกเรื่องเป็น "ความผิด" ทางกฎหมายควบคู่มาด้วย แต่ที่นายกฯ รอดมาได้เพราะรัฐบาลคุมอำนาจรัฐและคุมเงินหลวงไว้ จึงมีการช่วยเหลือมีการปกปิดไว้
 
             แต่ในที่สุดการลุแก่อำนาจ การกล้าทุจริตแบบนี้ จึงทำให้ทุกรัฐบาลในเครือข่ายทักษิณต้องไปสู่จุดจบเดียวกัน มีนายกรัฐมนตรีมา 4 คน ถูกประชาชนไล่ออกหมดทุกคน ถูกยุบพรรคไป 2 ครั้ง แค่นี้นายกฯ คงพอจะนึกออกว่า ทำไมทุกรัฐบาลของตระกูลชินวัตร จึงมีคนออกมาไล่อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตัวนายกฯ เองด้วย
 
             ปัจจุบันนี้คนในเครือข่ายทักษิณทุกคนรู้ดีว่า ฝ่ายตนเองนั้นผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เช่นเดียวกับข้าราชการส่วนใหญ่ก็รู้ว่ารัฐบาลผิด ส่วนตำรวจก็รู้ดีว่าเสื้อแดงผิดขนาดไหนในเหตุการณ์ที่รามคำแหง ทั้งการใช้ความรุนแรงและการหมิ่นสถาบัน ทหารบางคนก็รู้ดีว่าคนของรัฐบาลบางคนเกลียดชังทหารและสถาบัน แต่ความผิดของรัฐบาลเกือบทุกเรื่องได้รับการปกปิดไว้ด้วย "ความกลัวและความโลภ" ซึ่งปิดอย่างไรก็ไม่มิด ในไม่ช้ามันก็จะถูกเปิดเผยออกมา เรื่องแบบนี้เองที่ทำให้การเมืองกลายเป็นวงจรอุบาทว์หมุนเวียนมาไม่มีวันยุติได้ เช่น เลือกตั้ง ใช้เงินที่ได้จากจำนำข้าวซื้อเสียงแพงกว่าเดิม ใช้ตำรวจกดดันหัวคะแนนฝ่ายตรงข้าม ก็ขนาดหน้ารามคำแหงยังทำได้ขนาดนี้ ในชนบทจะกล้าทำขนาดไหน จนชนะเข้ามาเป็นรัฐบาลอีก ทุจริตเงินหลวงต่อ ทำความผิดซ้ำซากเหมือนเดิม
ประชาชนออกมาชุมนุมต่อต้านยุบสภาอีก ได้เงินมาตุนไว้อีก 5 แสนล้านบาท เก็บไว้เป็นทุนเลือกตั้งสัก 1 แสนล้านบาท ที่เหลืออีก 4 แสนล้านบาท แบ่งกันไปในเครือข่าย
 
             วงจรอุบาทว์นี้จะเกิดขึ้นทุก 1-2 ปี ทำให้ประเทศชาติจะถอยหลังไปเรื่อยๆ เพราะเงินภาษีไม่ได้ถูกนำไปพัฒนาประเทศ พอขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็รีบกิน รีบใช้ โจรจะเต็มเมือง ข้าวของจะแพงวินาศ วัฒนธรรมเสื่อมโทรมลงไปอีก เด็กผู้หญิง ผู้ชาย ขายตัวเต็มประเทศ ฯลฯ
 
             แต่ถ้าเราชะลอการเลือกตั้งไว้ก่อน ร่วมมือร่วมใจกัน ปฏิรูปการเมือง ป้องกันไม่ให้มีการซื้อเสียง, ป้องกันการทุจริต ทั้งจากนักการเมืองและข้าราชการ, สร้างระบบคุณธรรมในการโยกย้ายข้าราชการให้คนดีขึ้นมา มีที่ยืนด้วยการทำงาน ไม่ใช่การใช้เส้นสาย ฯลฯ ถ้าทำได้ ประเทศไทยก็จะมีอนาคตกว้างไกล ไปพร้อมๆ กับลูกหลานของคนไทย ทั้งที่พ่อแม่เป็นเสื้อแดง หรือเป็นเสื้อสีอื่นๆ หลังจากนั้นอีกไม่นานเกินรอ ประชาชนชาวไทยก็จะมีแต่สีธงชาติอยู่ในใจเท่านั้น