
เลือกตั้งก่อนปฏิรูปตอบโจทย์ประเทศได้จริงหรือ
เลือกตั้งก่อนปฏิรูปตอบโจทย์ประเทศได้จริงหรือ : บทบรรณาธิการประจำวันที่15ธ.ค.2556
ความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้ทุกฝ่ายพยายามหาทางออกร่วมกันโดยคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เดินสายระดมความคิดเห็นประเดิมพบ 7องค์กรภาคธุรกิจ ตามด้วยสื่อมวลชน และเวทีของกองทัพที่จัดขึ้นในวันเสาร์ พร้อมทั้งชี้แจงแนวทางการปฏิรูปประเทศด้วยโมเดลสภาประชาชน มีสมาชิกไม่เกิน 400 คน โดย 300 คนแรกมาจากการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญจากสาขาอาชีพต่างๆ ผู้ทำประโยชน์ให้สังคม ส่วนอีก 100 คน มาจากการคัดเลือกของ กปปส. ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่คนของพรรคการเมือง ต้องปลอดจากการแทรกแซงของพรรคการเมือง และเมื่อเสร็จภารกิจแล้ว ต้องไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเมืองระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติเป็นเวลา 5 ปี
ไม่เพียงเท่านี้รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นแม่งานในการเปิดเวทีเพื่อระดมสมองจากทุกภาคส่วนหาทางออกให้แก่ปัญหาชาติในวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม ภายใต้เงื่อนไขการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ปีหน้า เช่นเดียวกับภาคเอกชนที่หารือกันทุกภาคส่วนและจะได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้เพื่อให้ปัญหาถูกคลี่คลายโดยเร็ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้คือลดความขัดแย้งของประชาชนในประเทศ ซึ่งหากยังแก้ไขไม่ได้จะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในบ้านเราในปีหน้านั้นหายไป ประเทศชาติก็จะเดินหน้าต่อไปได้ยาก
ต้องยอมรับว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ระบอบทักษิณได้ทำลายประเทศไทยเสียหายยับเยินเกินกว่าที่จะยอมรับได้ ซึ่งนับเป็นเหตุที่ปลุกคนไทยหลายล้านคนให้ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ ซึ่งต่างก็ออกมาเพื่อขับไล่ระบอบทักษิณที่ฝังรากลึกในทุกภาคส่วนของประเทศ มวลมหาประชาชนเหล่านี้ต่างแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ที่วันนี้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเฉพาะรูปแบบการเลือกตั้ง ถูกใช้เป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อรับรองอำนาจของนักการเมืองผู้มีเงินในระบอบทักษิณ และในข้อเท็จจริงพิสูจน์มาแล้วว่าในขบวนการเลือกตั้งมีการโกง มีการซื้อคะแนนเสียง และใช้นโยบายชวนเชื่อที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริงหรือปฏิบัติได้ก็ก่อความเสียหายต่อส่วนรวมทั้งระบบ นั่นคือการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นขบวนการ
เมื่อเป็นเช่นนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งจึงไม่ใช่ผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง แต่ทำตัวเป็นหุ่นเชิดให้แก่นายทุน ถ้ามีการเลือกตั้งเวลานี้ก็จะกลับไปสู่วัฏจักรเดิมๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปประเทศ มวลมหาประชาชนหลายล้านคนจึงต้องออกมาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการต่อสู้บนถนน โดยยึดหลักสันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ โดยไม่เกิดเหตุรุนแรงเพื่อต้องการปฏิรูปประเทศให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเสียก่อนโดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ได้ทำเพื่อคนใดคนหนึ่งหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และเมื่อขบวนการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงสำเร็จก็ค่อยจัดให้มีการเลือกตั้งบนกติกาที่เป็นธรรมไม่ใช่เพียงรูปแบบ จึงอยากให้ทุกฝ่ายมองถึงข้อเรียกร้องของแต่ละฝ่ายพร้อมเปิดใจและนำมาวิเคราะห์ เพื่อหาทางออกของชาติร่วมกัน ซึ่งบางครั้งหากต้องคิดนอกกรอบบ้างเราก็อาจต้องทำ



