คอลัมนิสต์

ถอยคนละก้าว

ถอยคนละก้าว

08 ธ.ค. 2556

ถอยคนละก้าว : บทบรรณาธิการประจำวันที่8ธ.ค.2556

              เป็นอีกครั้งหนึ่งที่คนไทยจากทั่วโลกได้รวมใจเป็นหนึ่งเพื่อร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2556 ซึ่งพระองค์เสด็จออกมหาสมาคม ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นครั้งประวัติศาสตร์ท่ามกลางพสกนิกรทุกหมู่เหล่าที่มาปักหลักอย่างล้นหลามเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและชื่นชมพระบารมีล้นเกล้าล้นกระหม่อม พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทยอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ทรงคุณูปการใหญ่หลวงในแผ่นดินไทย หลายคนน้อมรับกระแสพระราชดำรัสด้วยความปลาบปลื้มน้ำตานองพร้อมนำใส่เกล้าฯ ไปปฏิบัติเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวสืบต่อไป

              พระราชดำรัสความว่า "ขอขอบพระทัย ขอขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่งที่มีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาโดยประการต่างๆ ข้าพเจ้าขอสนองพรและไมตรีจิตทั้งนั้นด้วยใจจริงเช่นกัน บ้านเมืองของเราเป็นสุขสืบมาช้านาน เพราะเรามีความเป็นปึกแผ่นในชาติ และต่างบำเพ็ญกรณียกิจตามหน้าที่ให้สอดคล้องเกื้อกูลกัน เพื่อประโยชน์ของชาติ คนไทยทุกคนจึงควรตระหนักในข้อนี้ให้มาก และตั้งใจประพฤติตัวปฏิบัติงานให้สมฐานะและหน้าที่ เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวม คือความมั่นคงปลอดภัยของชาติบ้านเมืองไทย ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคนให้มีแต่ความสุขความเจริญตลอดไป"

              บ้านเมืองในขณะนี้แตกแยกเป็นสองฝ่าย ความเป็นปึกแผ่นของชาติกำลังถูกบั่นทอนจากคนไทยด้วยกันเองที่มีความเห็นต่างในการบริหารประเทศ เสียงข้างมากที่กุมอำนาจในสภาและสลายปีกคุมไปถึงสภาสูงถูกกล่าวหาเดินย้ำรอยระบอบทักษิณโดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นหุ่นเชิด โดยเฉพาะการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแบบสุดซอยกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายปลุกทุกองคาพยพกลายเป็นพลังมหาประชาชนออกมาต่อต้านกันชนิดมืดฟ้ามัวดิน ความขัดแย้งบานปลายแบ่งขั้วแบ่งฝ่ายชัดเจน แต่รัฐบาลก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบอะไร เฉไฉว่าเป็นเรื่องของสภา อีกทั้งพรรคเพื่อไทยยังประกาศไม่รับอำนาจศาลหลังวินิจฉัยร่างแก้ไขที่มาส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญ

              สถานการณ์วันนี้ความขัดแย้งบานปลายจนทำให้เกิดผู้เสียชีวิตไป 5 ราย บาดเจ็บร่วม 300 คน รัฐบาลส่งสัญญาณถอยแต่ไม่มีความพยายามที่จะกลับมาสู่แนวทางที่บอกว่ากำลังจะหาคำตอบให้แก่ประเทศด้วยการเปลี่ยนตัวบุคลากรพร้อมเปิดเกมรุกเต็มสูบ ทั้งการออกมาบีบบังคับกดดันฝ่ายตรงข้ามรวมทั้งสื่อมวลชน มีการสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากต่างจังหวัดเข้ากรุงสร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้นไปอีก ทั้งที่รัฐบาลมีกฎหมายในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมาได้ ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศยุทธการปิดเมืองด้วยการระดมพลครั้งสุดท้ายให้คนไทยตัดสินใจเลือกข้างเป็นเสรีชนปกปักรักษาบ้านเมือง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ออกจากบ้านมาชุมนุมบนท้องถนนเพื่อปิดฉากการเคลื่อนไหวทวงคืนประเทศไทยด้วยการบุกทำเนียบในวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคมนี้ หากเราไม่ ละ วาง หรือถอยคนละก้าวเพื่อหาทางออกร่วมกัน ความสูญเสียครั้งใหญ่คงยากจะหลีกเลี่ยง