
'สมช.'มองเกม'กปปส.'แค่พักรบหลัง10ธ.ค.วุ่น
'สมช.'มองเกม'กปปส.' แค่พักรบหลัง10ธ.ค.วุ่น : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
สถานการณ์การเมืองในช่วงนี้ คล้ายป็นการ "พักยก" เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะทั้งฝ่ายรัฐบาล และกลุ่มต้านยังหาจุดร่วมกันไม่ได้ ขณะที่ "กองทัพ" มีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางเจรจาในช่วงที่ผ่านมา ซึ่ง ผบ.เหล่าทัพจะมีการหารือร่วมกันครั้งหลังวันที่ 5 ธันวาคม
ด้าน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หนึ่งในกุนซือด้านความมั่นคงของรัฐบาลวิเคราะห์ว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จะประเมินเข้าชุมนุมในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ว่า จะมีมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมมากน้อยแค่ไหน และคงจะมีกิจกรรมเทิดพระเกียรติต่อเนื่องไปอีกหลายวัน
"หลังจากนั้น กปปส.จะดูจังหวะการเคลื่อนไหวใหม่อีกครั้ง สถานการณ์ในวันนี้เป็นเพียงแค่การหยุดพักชั่วคราว แต่หลังจากนี้ไปคงจะกลับมาต่อสู้กันหนักหน่วงกว่าเดิม" พล.ท.ภราดร ประเมินสถานการณ์
พล.ท.ภราดร มองว่า การต่อสู้ของ กปปส.มีเป้าหมายที่จะล้มล้างรัฐบาล และมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามพัฒนาการของกลุ่ม โดยเฉพาะในเรื่องยุทธวิธีการล้มรัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลคงจะต้องออกมาตรการเกี่ยวกับเรื่องการเผชิญเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น
ส่วนจะถึงขั้นออก "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" มาบังคับใช้หรือไม่นั้น คงจะต้องพิจารณาไปตามสถานการณ์ แต่ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่ใช้อยู่ก็ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
พล.ท.ภราดร กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะต้องประเมินเป็นขั้นตอน แต่ยังไม่มีอะไรที่น่าห่วงในช่วง 1-2 วันนี้ แต่เหตุการณ์วุ่นวายน่าจะเป็นในช่วงหลังวันที่ 10 ธันวาคม ไปแล้ว ซึ่งกปปส.ก็จะต้องดูจังหวะเหมือนกัน เพราะยังมีมวลชนที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมต่างๆ
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับรัฐบาลนั้น พล.ท.ภราดร กล่าวย้ำว่า ยังคงเหมือนเดิม โดยกองทัพพยายามยืนอยู่ตรงกลาง เพราะกองทัพไม่อยากให้มีบทเรียนเหมือนปี 2553 จึงได้มีความระมัดระวัง และพยายามยืนอยู่ตรงกลางให้มากที่สุด
ทั้งนี้ กปปส.พยายามดึงกองทัพให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์บ้านเมือง ส่วนรัฐบาลก็ใช้กองทัพในการรักษาพื้นที่ และขอรับการสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ แต่ไม่ได้เน้นให้กองทัพมาเป็นผู้ปฏิบัติ เพียงแต่ให้มาปฏิบัติในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานเท่านั้น
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า การที่กองทัพออกมาแสดงบทบาททางการเมืองในครั้งนี้ ถือว่าวางตัวได้เหมาะสม ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งไม่ใด แต่เข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น เช่น การสนับสนุนหน่วย "เสนารักษ์" เข้ามาดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม เป็นต้น
เมื่อถามว่า สาเหตุที่รัฐบาลไม่ใช้กองทัพแบบเต็มตัว เพราะเกรงว่ากองทัพจะทำการปฏิวัติหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้หวั่นตรงนั้น แต่กองทัพไม่อยากจะเผชิญหน้ากับประชาชนเหมือนกัน ซึ่งรัฐบาลเข้าใจกองทัพ และกองทัพก็ขออยู่ตรงกลางสนับสนุนดีกว่า แทนที่จะให้เป็นหน่วยเผชิญหน้า เพราะที่ผ่านมากองทัพมีบทเรียนแล้วกับเรื่องนี้ จึงอยากมอบหมายให้ตำรวจ และกระทรวงมหาดไทย มาร่วมปฏิบัติการดีกว่า กองทัพขอเพียงอยู่เป็นฝ่ายสนับสนุนเจ้าพนักงาน ทั้งนี้ หลังจากนี้ไปรัฐบาลและกองทัพ คงจะมีการหารือกันอีกครั้ง
ส่วนการเคลื่อนไหวระดมคนเสื้อแดงก่อนหน้านี้ เลขาธิการ สมช.มองว่า ที่ผ่านมาเป็นการแสดงศักยภาพให้เห็นว่าคนเสื้อแดงยังอยู่ เพื่อที่จะสร้างสมดุลกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ แต่หากนำมวลชนมาเผชิญหน้ากันก็จะเกิดการปะทะกันได้
นอกจากนี้ สมช.และหน่วยงานมั่นคงยังคงต้องเกาะติดกลุ่ม "มือที่สาม" อย่างต่อเนื่อง โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำให้เกาะติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และให้ใช้มาตรการเบาไปหาหนักหากเกิดความรุนแรงขึ้น
...................
(หมายเหตุ : 'สมช.'มองเกม'กปปส.' แค่พักรบหลัง10ธ.ค.วุ่น : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)



