
ต้นฉบับ'สภาปฏิวัติแห่งชาติ'
ต้นฉบับ'สภาปฏิวัติแห่งชาติ' : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
จนถึงวันนี้ ยังไม่เห็น "กำนันสุเทพ" พูดให้ชัดเสียทีว่า "การปฏิวัติประชาชน" หรือ "สภาประชาชน" คืออะไรกันแน่ และสภาที่ว่านี้ จะลอยมาจากฟ้าหรืออย่างไร? รู้บ้างไหมว่า มีต้นตำรับ "ปฏิวัติสันติ" มาจากใคร?
กำนันสุเทพ น่าจะให้คนใกล้ชิดเข้าไปที่เพจ "สภาประชาชนปฏิวัติสันติแห่งชาติ" ซึ่งดำเนินการโดยสานุศิษย์ของ "ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร" อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี และอดีตกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)
ย้อนไปเมื่อ 28-29 เมษายน 2530 มีการประชุมผู้แทนประชาชนทั่วประเทศ ที่โรงแรมเอเชีย และโรงแรมรัตนโกสินทร์ เพื่อตั้ง "สภาปฏิวัติแห่งชาติ" ขึ้น เป็นการสนับสนุน "การปฏิวัติประชาธิปไตย" ของประเสริฐ ทรัพย์สุนทร
31 พฤษภาคม 2532 หลังจากมีคำสั่งสภาปฏิวัติแห่งชาติที่ 1/2532 เรื่องการโอนอำนาจจากรัฐสภามาสู่สภาปฏิวัติแห่งชาติ และแถลงการณ์สภาปฏิวัติแห่งชาติ โดยให้รัฐบาลชาติชายหยุดการปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน และสมาชิกรัฐสภาก็หยุดทำหน้าที่เช่นกัน
ต่อมา รัฐบาลชาติชาย ได้ดำเนินคดี "ประเสริฐ" กับพวกรวม 14 คน ด้วยข้อหาทำลายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่ง "อาจารย์ประเสริฐ" แถลงว่า ถ้าเรื่องสภาปฏิวัติแห่งชาติเป็นความผิด เขาจะขอรับผิดแต่ผู้เดียว
สู้คดีกันมายาวนาน...11 สิงหาคม 2537 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องคดีสภาปฏิวัติตามศาลชั้นต้น เป็นอันว่าคดีถึงที่สุด จำเลยทุกคนพ้นข้อหา
สำหรับหลักคิดในการปฏิวัติสันติของอาจารย์ประเสริฐนั้น ต้องปฏิวัติความคิดให้เข้าใจว่า "ระบอบปัจจุบันนี้คือระบอบเผด็จการรัฐสภา ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย" และรุกทางการเมืองด้วยให้ชนะด้วย "ลัทธิประชาธิปไตย" ไม่ใช่ลัทธิรัฐธรรมนูญ
แม้อาจารย์ประเสริฐจะเสียชีวิตไปแล้ว บรรดาลูกศิษย์ก็เผยแพร่แนวคิดอุดมการณ์ต่อไป ด้วยความเชื่อมั่นว่า "นโยบายหลักและนโยบายเร่งด่วนเฉพาะหน้าของสภาปฏิวัติแห่งชาติ ซึ่งได้ผ่านการพิสูจน์จากศาลยุติธรรมมาแล้วว่า ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการเมื่อ พ.ศ.2536 ซึ่งแปรมาจากนโยบาย 66/2523"
หน้าตาของ "สภาประชาชนปฏิวัติสันติแห่งชาติ หรือสภาปฏิวัติแห่งชาติ หรือสภาประชาธิปไตยแห่งชาติ" จะประกอบด้วย ผู้แทนเขตจากทุกอำเภอ (อำเภอละ 1 คน) ผู้แทนอาชีพจากทุกสาขาอาชีพ (อำเภอละ 1 คน) รวม 1 อำเภอมีผู้แทน 2 ประเภท 2 คน และมีผู้แทนทั่วไปที่อาจจะจัดอยู่ในผู้แทน 2 ประเภทนี้
นอกจากนี้ ต้องโอนเอา ส.ส.และ ส.ว. 700 คนในรัฐสภาปัจจุบันนี้ มาอยู่ในสภาประชาชนปฏิวัติฯ ด้วย ในฐานะผู้แทนชนชั้นสูง ส่วนผู้แทนชนชั้นกลางและชนชั้นล่างเอามาจากทุกชนชั้น ทุกเขต ทุกอาชีพ ทุกกลุ่ม ทุกสี ทุกหมู่เหล่า อย่างกว้างขวางและทั่วถึงและปราศจากอคติสิ้นเชิง
สมาชิกสภาประชาชนปฏิวัติฯ ประมาณ 3,000-5,000 คน ไม่ใช่ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ทำหน้าที่สร้างประชาธิปไตยในการปกครองในแผ่นดิน
ที่สำคัญ ต้องมี "รัฐบาลเฉพาะกาล" ในระยะเปลี่ยนผ่านของประชาชน ให้รัฐบาลประจำการชนิดเก่าของระบอบเผด็จการสิ้นสุดลง
อาจารย์ประเสริฐถึงแก่กรรมปลายปี 2537 "สมาน ศรีงาม" ก็เป็นผู้สืบทอด โดยยึดแนวทางดังกล่าวข้างต้นมาโดยตลอด
"สมาน'" ยังยืนหยัดทำงานด้านทฤษฎี ติดอาวุธทางปัญญาให้แก่ประชาชน ให้เข้าใจความหมายของคำว่า "ปฏิวัติสันติ" เพื่อสร้างประชาธิปไตยอย่างสันติ
ที่ผ่านมา หลายคนอาจหยามหยันแนวคิดของสมาน ศรีงาม แต่ฟังจากปากของ "นักวิชาการ" ที่ปรึกษากำนันสุเทพ ล้วนแต่เสนอโมเดลการปฏิวัติประชาชน และสภาประชาชน ไม่แตกต่างไปจากความคิดของอาจารย์ประเสริฐ
จะต่างกันก็ตรงที่คนพูดเรื่องสภาประชาชนบนเวทีกำนันสุเทพ สวมหัวโขนนักวิชาการ มีคำว่า ดอกเตอร์ นำหน้า กลับมีมวลชนจำนวนมากเป่านกหวีดขานรับเสียงดังอึงมี่
ผิดกับ "สมาน" พูดเรื่องปฏิวัติสันติ หรือสภาประชาชนทางทีวีดาวเทียมช่องสุวรรณภูมิ ทุกค่ำคืน กลับมีคนมองว่า ตลก ไร้สาระ นี่แหละสังคมไทย



