คอลัมนิสต์

ตำรวจของประชาชน

ตำรวจของประชาชน

04 ธ.ค. 2556

ตำรวจของประชาชน : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 4 ธ.ค.2556

              การชุมนุมทางการเมืองดูเหมือนกำลังจะใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้ายว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปอย่างไร เพราะทั้งฝ่ายรัฐและกลุ่มผู้ชุมนุมต่างเผชิญหน้ากัน มีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องใช้ ทั้งแก๊สน้ำตา ระเบิดควันและกระสุนยาง ยังไม่นับในพื้นที่รอบๆ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่มีการยิงกันตีกันจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ สถานการณ์แบบนี้กำลังมุ่งไปสู่จุดอันตราย เป็นวิกฤติที่เลวร้ายอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทย ฝ่ายหนึ่งพยายามรักษาสถานะอำนาจ อีกฝ่ายหนึ่งพยายามโค่นล้ม โดยไม่มีทีท่าว่าใครจะมาหยุดความแตกแยกของชาติได้ ประเด็นหนึ่งที่มีการหยิบยกมาวิจารณ์คือ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะตำรวจ ซึ่งดูเหมือนจะรับใช้ฝ่ายการเมืองมากกว่าเป็นคนกลางคอยประคับประคองไม่ให้เหตุการณ์บานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมือง การแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐบางคนกลายเป็นเหตุยั่วยุจากการแถลงให้สัมภาษณ์ที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง เอาข้อมูลไปสื่อสารต่อสาธารณะอย่างผิดๆ บิดเบือน จนขาดความน่าเชื่อถือ

              การบิดเบือนข้อมูลเพื่อประโยชน์ของฝ่ายหนึ่งเป็นวิธีการรูปแบบเดิมๆ ใช้กันมาตั้งแต่อดีต ประวัติศาสตร์การเมืองของไทยเกิดการต่อสู้เชิงใช้กำลังชิงอำนาจก็เพราะการบิดเบือนข่าวสารจากรัฐนี่แหละ ทำให้เกิดความเคลือบแคลงนำไปสู่จุดแตกหักและการต่อสู้กันเองจนเสียเลือดเสียเนื้อมาหลายครั้ง ถึงวิกฤติชาติคราวนี้ก็เช่นกัน ท่าทีของเจ้าหน้าที่รัฐกลับไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น หนำซ้ำยังนำไปสู่การปะทะกันของสองฝ่าย ไม่ว่าการใช้อาวุธสลายการชุมนุม การยั่วยุ การส่งสัญญาณที่แข็งกร้าว ทำให้สถานการณ์ทวีเลวร้ายลงเรื่อยๆ การรับใช้ฝ่ายการเมืองจนลืมหน้าที่คือ การรักษาความสงบเรียบร้อยในสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่ใช่การช่วงชิงแสดงบทบาทในการรุกไล่ประชาชนให้ผู้มีอำนาจได้เห็น เพื่อหวังอนาคตในชีวิตราชการของตนเอง โดยไม่คำนึงว่า วิธีการนั้นจะสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นหรือไม่ ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรตกต่ำ ไม่เป็นที่ยอมรับมากขึ้น การใช้สถานการณ์เพื่อประโยชน์ของตนเองโดยไม่คำนึงถึงความเสียหาย โดยร่วมกำลังนำชาติไปสู่ความหายนะ

              ท่ามกลางความขัดแย้งของประชาชนกับรัฐบาลนั้น ตำรวจจำเป็นต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน ไม่มุ่งรับใช้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่ารัฐบาลหรือกลุ่มผู้ชุมนุม มีบทเรียนจากอดีตเมื่อการเมืองเกิดการเผชิญหน้า รุนแรงถึงขั้นใช้อาวุธ นักการเมืองสั่งให้ใช้กำลัง สุดท้ายคนที่ถูกดำเนินคดีไม่ใช่ใครที่ไหนก็ตำรวจนั่นเองเช่น อดีต ผบ.ตร. หรือผู้บัญชาการบางคน แม้แต่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ตามจุดต่างๆ ก็โดนสอบสวนเอาผิด กระทั่งบัดนี้เรื่องยังไม่จบ นี่คือตัวอย่างของการรับใช้ฝ่ายการเมือง สุดท้ายนักการเมืองก็เอาตัวรอดหมด ความผิดตกอยู่กับข้าราชการประจำ การที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลยอมเปิดทาง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่า ตำรวจพยายามลดเงื่อนไขความรุนแรงลง เพราะหากปล่อยอย่างนี้อาจมีคนบาดเจ็บหรือล้มตาย ตำรวจต้องไม่เป็นอาวุธของใคร ต้องเป็นข้าราชการที่ดูแลทุกข์สุขประชาชน ส่วนตำรวจคนไหนคิดเอาสถานการณ์มาสร้างผลงานก็ต้องคิดใหม่และพึ่งตระหนักในหน้าที่ ผู้มีอำนาจต้องไม่สนับสนุนนายตำรวจพวกนี้เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง