
ตัวอย่างจากม.รามคำแหง
ตัวอย่างจากม.รามคำแหง : บทบรรณาธิการฉบับวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2556
เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างมวลชนสองฝ่ายที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 30 พฤศจิกายน ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 1 ธันวาคมจนมีนักศึกษาเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บอีก 45 คน และเริ่มคลี่คลายลงเมื่อเวลาดำเนินไปกว่าเที่ยงวัน หลังทหาร และเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เข้าช่วยเหลือนักศึกษาที่ติดค้างอยู่ภายในนั้นหลายพันคนด้วยการให้ความคุ้มครองและอพยพไปยังที่ปลอดภัยภายนอก เนื่องจากมีกลุ่มคนลึกลับแอบซุ่มยิงอยู่ตลอดเวลา เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนภาพหลากหลาย โดยเฉพาะแสดงให้เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเช่น ตำรวจที่มีหน้าที่ทั้งโดยตรง และตามคำสั่งแห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงที่ได้ปล่อยให้เหตุการณ์บานปลายและล่วงเลยข้ามวันข้ามคืน หมิ่นเหม่ที่จะเกิดการล้อมฆ่าอยู่รอมร่อ
นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงบอกว่า ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการสนองตอบด้วยเหตุผลต่างๆ นานาที่หยิบยกขึ้นมาอ้างว่าไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ขณะที่นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีทั่วประเทศ (ทปอ.) เผยว่า ในการประชุม ทปอ. ในวันนี้ (2 ธันวาคม) จะหารือกรณีที่นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกทำร้ายเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้ง ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังไปพูดบนเวทีราชมังคลาดกีฬาสถานของ นปช. โดยที่ไม่ออกไปช่วยระงับสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทั้งที่มีอำนาจในฐานะผู้บังคับบัญชาของมหาวิทยาลัย
ในช่วงเวลาวิกฤติของวันที่ 1 ธันวาคม มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ต่อสายถึงพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อขอให้ตำรวจหยุดใช้แก๊สน้ำตาต่อผู้ชุมนุม โดยพ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมายอมรับว่า ผู้บัญชาการทหารบก มีความเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่สบายใจอย่างมาก จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอให้ยุติการใช้แก๊สน้ำตาต่อผู้ชุมนุม ขณะเดียวกันได้ขอให้ผู้ชุมนุมอย่าบุกรุกสถานที่ราชการ ควรแก้ปัญหาด้วยการเจรจาพูดคุย และในวันเดียวกันนั้นเอง ทหารได้เข้าช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ขณะที่ตลอดช่วงบ่ายจนถึงค่ำ ตำรวจก็ยังคงระดมยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมอยู่นั่นเอง สะท้อนว่าไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงใดๆ
นับเป็นเรื่องที่สังคมจะต้องติดตามตรวจสอบกันอย่างใกล้ชิดต่อไปว่า เหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ได้สะท้อนภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในลักษณะของการเลือกปฏิบัติ โดยกรณีนี้น่าจะเป็นตัวอย่างเพื่อนำไปสู่การตั้งคำถามถึงรัฐบาล เมื่อจะต้องเตรียมการรับมือกับวิกฤติการณ์ในวันข้างหน้าด้วย เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ผู้ที่อยู่ในอำนาจรัฐก็จะใช้วิธีการสองมาตรฐาน เห็นแก่พวกพ้อง ซึ่งจะนำไปสู่การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมากยิ่งขึ้นและท้ายที่สุด ก็จะเกิดความรุนแรงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด



