
หยุดยั้งความรุนแรง
หยุดยั้งความรุนแรง : บทบรรณาธิการประจำวันที่่1ธ.ค.2556
สถานการณ์การชุมนุมของประชาชนสองกลุ่ม ระหว่างกลุ่มที่ดำเนินมาตรการเข้มข้นกดดันรัฐบาลที่ชุมนุมกันอยู่หลายจุดใจกลางเมืองกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน และปริมณฑลต่อเนื่องนับตั้งแต่วันที่ทั้งสองฝ่ายเรียกระดมพลครั้งใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน จนถึงเช้าวันที่ 1 ธันวาคม ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแนวร่วมระบุเอาไว้ว่าเป็นวันประกาศชัยชนะ ล้วนแต่มีสัญญาณแสดงให้เห็นแนวโน้มว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นได้แทบทุกนาที หลังจากที่ได้เกิดการปะทะกันขึ้นบ้างแล้วประปราย ที่ จ.ปทุมธานี สมุทรปราการ มาจนถึงเหตุทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เหล่านี้ถ้าหากขาดไร้ซึ่งการควบคุม ทั้งโดยกฎหมาย และสติของแกนนำแต่ละฝ่ายแล้ว ภาวะสงครามกลางเมืองที่ประชาชนจับอาวุธขึ้นมาประหัตประหารกันเองย่อมอยู่ไม่ไกล
แม้ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งฝ่ายต่อต้านทั้งฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ได้แสดงจุดยืนด้วยวาจามาแล้วหลายครั้งหลายหนว่า จะชุมนุมด้วยความสงบ ซึ่งจะเป็นจริงดังคำมั่นที่ประกาศไว้หรือไม่นั้น สังคมย่อมประจักษ์แจ้งกันแล้วพอสมควร ขณะที่การเรียกระดมคนเสื้อแดงในหลายจุดรอบๆ กรุงเทพมหานคร และการชุมนุมของบางกลุ่มที่ขาดการควบคุมโดยแกนนำชัดเจน ล้วนแสดงให้เห็นแนวโน้มว่า มวลชนอาจปะทะกันขึ้นได้ในหลายจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมวลชนเหล่านั้นถูกปลุกเร้าให้อัดแน่นไว้ด้วยความฮึกเหิม และความกดดันที่ได้ชุมนุมติดต่อกันมาหลายวันหลายคืน กระทั่งภาวะยับยั้งชั่งใจอาจไม่อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้
ขณะเดียวกัน การประกาศเคลื่อนพลไปยึดทำเนียบรัฐบาล อันถือเป็นศูนย์กลางอำนาจฝ่ายบริหาร ถือเป็นยุทธวิธีที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดความรุนแรงขึ้นได้ เพราะการแจ้งเป้าหมายล่วงหน้า ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้ฝ่ายรัฐได้วางมาตรการป้องปรามเท่านั้น หากแต่มวลชนฝั่งตรงข้ามก็พร้อมจะออกมาเผชิญหน้าและปะทะกันขึ้นได้เช่นกัน ถึงนาทีนี้ เราเห็นว่า ฝ่ายรัฐบาลผู้มีหน้าที่อำนวยความสงบสุขให้แก่ชาติบ้านเมืองควรจะต้องใช้มาตรการที่ปราศจากความรุนแรง เช่นเดียวกับฝ่ายผู้ชุมนุมก็จำเป็นจะต้องยึดมั่นในสัญญาประชาคมที่ประกาศต่อสาธารณะมาโดยตลอดว่าจะยึดหลักอหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง ต้องยุติการกระทำใดๆ ที่จะนำพามวลชนเคลื่อนไปสู่ความล่อแหลมสุ่มเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเสียเลือดเสียเนื้อ
นาทีนับจากนี้ เราปรารถนาที่จะเห็นทุกฝ่ายครองสติให้มั่น ดำเนินตามแนวทางสันติวิธี ลดมิจฉาทิฐิ ที่มุ่งเพียงแต่จะเอาชนะคะคานกันด้วยกลเกม หยุดยั้งการกระทำใดๆ ที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าและความรุนแรง ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปการเมืองตามฉันทามติ ซึ่งในแต่ละขั้นตอนนั้น เราเห็นว่ายังไม่สายเกินไปที่สังคมของเราจะหันหน้าเข้าหากันเพื่อร่วมหาทางออกที่ดีที่สุด................................
(หมายเหตุ : หยุดยั้งความรุนแรง : บทบรรณาธิการประจำวันที่่1ธ.ค.2556)



