คอลัมนิสต์

อย่าให้เสียเลือดเนื้อกันอีก

อย่าให้เสียเลือดเนื้อกันอีก

01 ธ.ค. 2556

อย่าให้เสียเลือดเนื้อกันอีก : บทบรรณาธิการประจำวันที่1ธ.ค.2556

               การเมืองไทยเข้าสู่โหมดของความร้อนแรงที่สุดก็ว่าได้เมื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขึ้นเวทีศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อค่ำวันที่ 29 พฤศจิกายน ประกาศเส้นตายของชัยชนะในการขจัดระบอบทักษิณให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทยในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ เพื่อที่ปวงชนชาวไทยจะได้ร่วมกันกำหนดกฎเกณฑ์กติกาและเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยใช้อำนาจอธิปไตยในการปกครองประเทศอย่างแท้จริง หลังจากรัฐบาลได้กระทำการทรยศต่อประชาชนอย่างชัดเจนจากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย รวมถึงกรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. และเมื่อรัฐบาลปฏิเสธอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งหมายถึงไม่เคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญอีกต่อไป รัฐบาลจึงหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศต้องคืนอำนาจให้แก่เจ้าของอำนาจตัวจริง 
  
               เดิมพันหนนี้นายสุเทพได้จัดตั้งองค์กรในการเคลื่อนไหวภายใต้ชื่อคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ชื่อย่อ "กปปส." โดยแปลสภาพตัวเองจากแกนนำต่อต้านระบอบทักษิณเป็นเลขาธิการ กปปส. พร้อมทั้งประกาศรายชื่อคณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนนักวิชาการ ภาคเอกชน สหภาพแรงงาน กลุ่มเครือข่ายต่างๆ เพื่อกำหนดทิศทางต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ ด้วยสันติวิธี โดยเน้นช่วงวันหยุดมีเป้าหมายที่ศูนย์ราชการแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และดาวกระจายไปยังกระทรวงต่างๆ โดยตั้งแต่วันจันทร์นี้ข้าราชการไม่ต้องมาทำงานแล้ว ยกเว้นศาลและข้าราชการของกองทัพไทย
  
               นับเป็นการยกระดับการชุมนุมอีกขั้นหนึ่งของมวลชนเพื่อขับไล่ระบอบทักษิณให้พ้นไปจากแผ่นดินไทยที่สถานการณ์วันนี้ไปไกลมากเกินกว่าที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจะประกาศลาออกหรือยุบสภาแล้ว จึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการขอเจรจาที่รัฐบาลพยายามทอดสะพานไปยังแกนนำผู้ชุมนุม ทั้งที่ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายได้เสนอแนะทางออกไปก่อนแล้ว จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องหาทางแก้กันเองโดยเฉพาะปัญหาทางการเมืองของประเทศไทยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มีรากฐานของสาเหตุมาจากพฤติการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมไปถึงพฤติการณ์การสืบทอดอำนาจทางการเมืองของบุคคลในตระกูลชินวัตร นำไปสู่การเมืองระบบตัวแทนซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
 
               และดูเหมือนว่ารัฐบาลพยายามหาทางออกเพื่อความอยู่รอดของตัวเองมากกว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในชาติ นายกรัฐมนตรีออกโทรทัศน์ประกาศพร้อมเจรจาหาทางออกแต่หลิ่วตาให้ ส.ส.ในพรรคระดมคนเสื้อแดงจากทุกพื้นที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเพื่อแสดงพลังปกป้องรัฐบาลโดยมิได้คิดถึงการเผชิญหน้าที่จะเกิดขึ้นซึ่งมีเค้าลางให้เห็นแล้วในหลายพื้นที่ การเอาตัวรอดยังเห็นได้ชัดจากการออกแถลงการณ์ของพรรคแก้เกี้ยวไม่รับอำนาจศาลเฉพาะเรื่องที่มา ส.ว. จึงเป็นเรื่องตลกร้ายของระบอบทักษิณที่จะรับคำวินิจฉัยศาลได้ในเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองเท่านั้น สถานการณ์ตอนนี้การเมืองเหมือนจะไม่มีทางออกหรือถึงทางตัน ซึ่งรัฐบาลต้องหาวิธีที่จะลดความรุนแรงหรือการเผชิญหน้าลงให้ได้ อย่าเติมเชื้อไฟโดยใช้ชีวิตชาวบ้านทั้งสองฝ่ายเป็นเดิมพัน ประวัติศาสตร์ความสูญเสียมีให้เห็นกันมาแล้ว