คอลัมนิสต์

เร่งปลดชนวน

เร่งปลดชนวน

29 พ.ย. 2556

เร่งปลดชนวน : บทบรรณาธิการประจำวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2556

              เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติในญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ก็ถือเป็นการปลดกุญแจ เปิดประตูสู่ทางเลือกสำหรับคลี่คลายวิกฤติการณ์การเมืองในเวลานี้ไว้ให้อีกทางหนึ่ง เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีสามารถตัดสินใจลาออก หรือยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนได้แล้ว ซึ่งเป็นทางเลือกอันตรงกับเสียงเรียกร้องของสังคมขณะนี้ แม้จะมีความแตกต่างกันในรายละเอียดอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็มีเป้าหมายเดียวกันคือ ไม่ต้องการให้การเผชิญหน้านำไปสู่ความรุนแรง เสียเลือดเสียเนื้อกันอีก ซึ่งนั่นย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตามย่อมไม่ปรารถนาจะให้เกิดขึ้น
    
              กระนั้น แม้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ยังคงแสดงท่าทีไม่แตกต่างไปจากเดิม คือ ไม่ตอบรับเสียงเรียกร้องให้ปลดล็อกด้วยการลาออกหรือยุบสภา แต่กลับไปพูดถึงสิ่งที่ผู้ชุมนุมประท้วงเรียกร้อง อันเปรียบเสมือน "แนวทางสูงสุด" ที่จะต้องฝ่าฟันไปให้ถึงได้ แต่ "ประตู" ที่จะเปิดไปสู่สิ่งนั้นยังถูกปิดตายเอาไว้ด้วยกุญแจของกลเกมการเมืองอย่างแน่นหนา เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ย่อมแน่นอนว่า ฝ่ายผู้ชุมนุมที่มีเป้าหมายโค่นล้มระบอบทักษิณ ที่นายกรัฐมนตรีอ้างว่าไม่มีอยู่จริง จะต้องปัดข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีที่บอกว่า พร้อมหันหน้าเจรจากับทุกคน ทั้งแกนนำผู้ชุมนุม และหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน จึงเสมือนว่า ไมตรีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทอดสะพานมาให้ฝ่ายผู้ชุมนุมก้าวเดินนั้น มีหลุมพรางขุดดักเอาไว้
    
              สถานการณ์ที่ดำเนินมาถึงจุดนี้ มีความเปราะบางอย่างยิ่ง เมื่อผู้ชุมนุมยกระดับมาตรการกดดันขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นปิดกระทรวง ปิดศาลากลางจังหวัด ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ต้องคลี่คลายสถานการณ์กลับเห็นวิกฤติการณ์เป็นเกมการเมือง ชิงไหวชิงพริบกันชั่วโมงต่อชั่วโมง วันต่อวัน ยอมสละโอกาสอันดีที่จะใช้ "เครื่องมือ" ที่มีอยู่เข้าคลี่คลายในเปลาะแรกไปก่อน โดยพรรคเพื่อไทยเลือกที่จะ "ยึดคืนพื้นที่ข่าว" ด้วยการเดินเกมให้นายกรัฐมนตรีใช้หน้าจอโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจพูดกับประชาชนให้มากที่สุด ขณะที่สมาชิกพรรคเองก็พร้อมตอบโต้อีกฝ่ายในทันที ด้านพรรคประชาธิปัตย์ก็ประกาศกร้าวว่า นับเนื่องจากนี้จะต่อสู้เพื่อโค่นระบอบทักษิณให้ถึงที่สุด ยิ่งทำให้สถานการณ์แหลมคมมากยิ่งขึ้น
    
              ถึงขณะนี้ จึงต้องบอกว่า รัฐบาล และนายกรัฐมนตรี เหลือเวลาอยู่ไม่มากนัก ในอันที่จะแสดงความจริงใจด้วยการปลดชนวน ผ่อนคลายสถานการณ์ให้เย็นลงเสียก่อนตามข้อเรียกร้องของหลายฝ่าย ก่อนที่จะเริ่มต้นกระบวนการพูดคุยอย่างที่นายกรัฐมนตรีพูดถึงอยู่เสมอๆ เพราะถึงอย่างไร นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องยอมรับว่า แม้พวกเขาจะพยายามพร่ำบอกว่า ระบอบทักษิณไม่มีอยู่จริง และข้อเรียกร้องฝ่ายผู้ชุมนุมเป็นเรื่องเลื่อนลอย แต่การที่ประชาชนออกมาชุมนุมกันมากมายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่รัฐบาลจะบริหารงานได้อีกต่อไป