คอลัมนิสต์

เปิด'ร่างแก้ฯรธน.ปลอม'ปมปัญหาศาลตีตก

เปิด'ร่างแก้ฯรธน.ปลอม'ปมปัญหาศาลตีตก

27 พ.ย. 2556

เปิด'ร่างแก้ฯรธน.ปลอม' ปมปัญหาศาลตีตก : ขยายปมร้อน โดยขนิษฐา เทพจร

             หลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรมนูญเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตัดสินการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของส.ว.ว่าไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 291 วรรคหนึ่ง ระบุไว้

             โดยสาระหลักตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คือ การนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จัดทำขึ้นใหม่ ที่มีหลักการแตกต่างจากร่างฯ เดิมที่เสนอต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดย "อุดมเดช รัตนเสถียร" ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย และคณะ ฉบับที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาในวาระรับหลักการ ทำให้การขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยกระบวนการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 วรรคหนึ่ง

             แกะรอยเรื่องนี้ไปเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังจากตัวแทนของส.ว.และ ส.ส. จำนวน 308 คน นำโดย “อุดมเดช รัตนเสถียร” และคณะ ได้ยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อ “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์" ประธานรัฐสภา เพื่อส่งต่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการเข้าระบบ โดยเนื้อหาหลักการว่า “แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 111 มาตรา 112 มาตรา 115 มาตรา 117 มาตรา 118มาตรา 120 และมาตรา 241 และยกเลิกมาตรา 113 และมาตรา 114)” แต่เมื่อส่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้แก่ที่ประชุมร่วมรัฐสภาพบว่ามีการเติมมาตราใหม่เข้ามา คือ  มาตรา 116 วรรคสอง และ เพิ่มการแก้ไขวรรคหนึ่งของมาตรา 241

             โดยสาระสำคัญของ มาตรา 116 วรรคสอง ที่เพิ่มเข้ามา เปิดช่องให้ส.ว.ที่หมดสมาชิกภาพสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ว.ได้ทันที โดยไม่ต้องรอเว้นวรรค 2 ปี เหมือนที่รัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดไว้ ส่วนการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 241 วรรคหนึ่ง เป็นบทบัญญัติห้ามไม่ให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียก กกต.ไปทำการสอบสวน โดยฉบับใหม่ได้ตัดประโยคที่ว่า “ประกาศให้มีการสรรหาส.ว.” ออก

             เมื่อตรวจสอบรายละเอียดร่างที่เสนอโดยคณะส.ส.เพื่อไทยและส.ว.สายรัฐบาล กับ ร่างฯ ที่บรรจุในระเบียบวาระการประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 1 เมษายน มีการสอดไส้อีก 1 จุดต่าง คือ มาตรา 5 ให้ยกเลิกมาตรา 115 ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ว.ในส่วนของ (9) ได้ระบุคุณสมบัติเพื่อเปิดช่องนักการเมืองทุกระดับ อาทิ ส.ว.ชุดปัจจุบัน สมาชิกสภาท้องถิ่น รัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งได้ทันทีที่หมดวาระ ขณะที่ร่างเดิมระบุว่า "ไม่เป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเคยเป็นแต่พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่เกิน 5 ปี"

             ในเนื้อหาดังกล่าวได้คัดลอกคำมาผลิตคำซ้ำยากต่อการตีความ โดยถ้อยคำใน (9) มีดังนี้ “ไม่เป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเคยเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ซึ่งมิใช่สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น แต่พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วยังไม่เกินห้าปี”

             หากพิจารณาตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุตอนหนึ่งว่า "สุวิจักขณ์ นาควัชระชัย" เลขาธิการสภาฯ ในฐานะฝ่ายธุรการ ได้เบิกความว่า การแก้ไขร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ส่งเข้าระบบได้นั้น เจ้าหน้าที่รัฐสภาไม่สามารถใช้อำนาจตนเองดำเนินการแก้ไขได้เองโดยลำพัง เพราะข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2553 ข้อ 90 ระบุไว้ว่า “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีผู้เสนอตามมาตรา 291(1) ของรัฐธรรมนูญให้ประธานรัฐสภาทำการตรวจสอบ และหากมีข้กบกพร่องให้ประธานแจ้งผู้เสนอให้ผู้เสนอแก้ไขให้ถูกต้อง”

             ความบกพร่องในที่นี้ “ฝ่ายกฎหมายรัฐสภา” อธิบายความว่า อาจหมายถึงถ้อยคำและเนื้อหา

             ที่ผ่านมาไม่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือเอกสารทางราชการว่า “ประธานสมศักดิ์” ได้แจ้งผู้เสนอให้แก้ไขความบกพร่องก่อนนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาวาระหนึ่ง หรือผู้เสนอได้ยื่นเอกสารให้ฝ่ายธุรการเพื่อให้แก้ไขตัวร่าง

             จากนี้ไป "ผู้เกี่ยวข้อง" ประธานสมศักดิ์, นิคม ไวยรัชพานิช, สุวิจักขณ์, ส.ว.-ส.ส.308 คน ที่ร่วมลงชื่อยื่นญัตติ ต้องชี้แจงต่อ "ป.ป.ช." เกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารยื่นญัตติแก้ไขที่มาของส.ว. การกระทำครั้งนี้ "จงใจ" หรือแค่บกพร่องโดยสุจริต

...........

(หมายเหตุ : เปิด'ร่างแก้ฯรธน.ปลอม' ปมปัญหาศาลตีตก : ขยายปมร้อน โดยขนิษฐา เทพจร)