
ชู'กิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว'พลังสามัคคี-ตำรวจ-ชาวบ้าน
ชู'กิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว'พลังสามัคคี-ตำรวจ-ชาวบ้าน : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม
ผลงานดีไม่ใช่แค่ปฏิบัติตามหน้าที่เท่านั้น แต่ต้องมีองค์ประกอบให้คนทำงานมีความสุข สุขภาพจิตดี ไม่เครียด ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายหนี้สินเกินตัว มีความเป็นอยู่ที่พอเหมาะพอควร การทำงานถึงจะมีประสิทธิภาพ
ที่แปลงนาข้าว เขตเทศบาลตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ บ้านโนนจิก ของ พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.อุบลรัตน์ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ตำรวจทั้งชาย-หญิง ชาวบ้านมาร่วมลงแขกเกี่ยวข้าว จากที่เคยช่วยกันลงแขกดำนาเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา การลงแขกเกี่ยวข้าวเต็มไปด้วยเสียงปี่ทำจากต้นข้าวสร้างความคึกคัก แม้บางคนจะเกี่ยวข้าวไม่เป็น คนเกี่ยวเป็นก็จะคอยสอนให้ ก่อนจะตั้งวงกินข้าวกลางวันร่วมกัน
พ.ต.อ.ธนาวัชร บอกว่า เป็นอีกกิจกรรมที่ตำรวจทุกคนในโรงพักกว่า 100 ชีวิต ทำร่วมกัน เป็นหนึ่งในโครงการกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ต้องการให้ตำรวจทุกนาย ปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงของเรา
แม้ว่าที่นาจะเป็นที่ส่วนตัวและมีเพียง 5 ไร่ ทำนาได้ไม่กี่แปลง แต่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ให้เกิดความรักความสามัคคี จึงจัดให้แปลงนานี้เป็นนาข้าวของส่วนรวม ช่วยกันลงแรง ข้าวทุกเมล็ดที่ปลูกในที่นาเป็นของตำรวจทุกคนนำไปเป็นอาหารกลางวันร่วมกันที่โรงพัก ตำรวจที่เข้าเวรในแต่ละวันจะมาทำอาหารกินที่โรงเลี้ยง หรือครัวโรงพักที่เรียกกันว่า "โรงเตี๊ยม" ทุกวัน เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าซื้อข้าวสารได้ประมาณครึ่งปี
นอกจากข้าวที่ปลูกกันเองแล้ว ยังได้จัดส่วนพื้นที่ที่ว่างภายในบริเวณสถานีตำรวจ ทำแปลงผักสวนครัว ปลูกผักแทบทุกอย่างที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ บ่อเลี้ยงปลาดุก โรงเพาะเห็ด และยังมีเล้าเลี้ยงแม่ไก่ไข่ ออกไข่ให้ได้เก็บใส่ถาดไว้กินทุกวัน
"งบประมาณตอนแรกเป็นเงินส่วนตัวร่วมกันสมทบกันคนละเล็กละน้อย ใช้เงินเป็นกองกลาง ซื้อเมล็ดพันธุ์ผัก แม่ไก่ สร้างโรงเพาะ ลูกปลามาลงบ่อ ต่อมาแทบจะไม่ค่อยได้จ่ายสมทบเพิ่มขึ้น เพราะผลผลิตทั้งปลา ไข่ไก่ เห็ด นอกจากจะใช้ประกอบอาหารกินเองแล้ว ยังขายได้นำเงินมาเติมกองกลางซื้อเครื่องปรุง และนำไปซื้อแม่ไก่ตัวใหม่เมื่อปลดระวาง" ผกก.สภ.อุบลรัตน์กล่าว
พ.ต.อ.ธนาวัชรกล่าวอีกว่า กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เกิดความรักสามัคคี มีกิจกรรมร่วมกันอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะได้กินข้าวกลางวัน มีเรื่องคุยมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี และทำให้มีแนวคิดต่อยอดอื่นๆ ตามมา เช่น การใช้ม้าเป็นพาหนะสายตรวจแทนการใช้รถยนต์ หรือจักรยานยนต์ นอกจากจะประหยัดพลังงาน ลดมลภาวะเป็นพิษแล้ว ยังช่วยให้ใกล้ชิดกับชาวบ้านมากขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเริ่มต้นจากที่ทำงาน จะส่งผลให้ตำรวจทุกคนได้ซึมซับนำเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีความเป็นอยู่และกินอย่างพอเพียง อาหารทุกอย่างปลูกเลี้ยงมากับมือ ปลอดภัยจากสารเคมี ไม่ต้องใช้เงินไปซื้อข้าวกินประหยัดได้หลายบาท ทำให้ดีทั้งสุขภาพกายสุขภาพใจ วิถีชีวิตก็เป็นแบบใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทำให้การทำงานก็จะมีประสิทธิภาพขึ้น เหมือนกับที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ผบช.ภ.4) ได้เน้นนโยบายการทำงานว่า ตำรวจมีความสุข ก็จะสามารถทำงานมีประสิทธิภาพดูแลประชาชนให้มีความสุขสงบได้ในที่สุด
"ทำให้การทำงานของตำรวจ สภ.อุบลรัตน์ ทำงานร่วมกันอย่างพี่อย่างน้อง เกิดความใกล้ชิดกับประชาชน ตำรวจจะต้องคอยทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยสร้างความมั่นใจให้กับทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ ความใกล้ชิดสนิทสนมของตำรวจจะต้องมาจากพื้นที่ของการเข้าถึงวิถีชีวิตท้องถิ่น ที่วิถีเศรษฐกิจพอเพียงสร้างความมั่นคงด้านความเป็นอยู่ จึงเป็นพื้นฐานที่ดีเป็นตำรวจที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ภาพลักษณ์ที่ดี ทำงานได้ประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้ อ.อุบลรัตน์ เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ จ.ขอนแก่น" พ.ต.อ.ธนาวัชรกล่าวทิ้งท้าย
............
(หมายเหตุ : ชู'กิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว'พลังสามัคคี-ตำรวจ-ชาวบ้าน : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม)



