คอลัมนิสต์

วันที่'ขุน'เผชิญหน้าเบี้ยบนกระดานก็คงยับเยิน

วันที่'ขุน'เผชิญหน้าเบี้ยบนกระดานก็คงยับเยิน

26 พ.ย. 2556

วันที่'ขุน'เผชิญหน้าเบี้ยบนกระดานก็คงยับเยิน : ขยายปมร้อน โดย... ศรุติ ศรุตา

              การเคลื่อนขบวนดาวกระจายครั้งใหญ่ของผู้ชุมนุมที่ถนนราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ แต่จุดใหญ่ใจความอยู่ที่การไปยึดกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ที่นำโดย สุเทพ เทือกสุบรรณ

              แม้จะอ้างเหตุผลที่มายึดว่า เป็นเพราะกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ เป็นแหล่งที่อนุมัติเงินงบประมาณทำให้กลไกของระบอบทักษิณขับเคลื่อนต่อไปได้...แต่ในความเป็นจริงก็ย่อมชัดเจนว่า การชุมนุมหากอยู่เป็นหลักแหล่งแล้ว ย่อมสร้างแรงกดดันได้น้อยกว่าการเคลื่อนไหว

              ในเมื่อธงที่ตั้งเอาไว้และได้มาแล้วจากประชาชนที่มาร่วมชุมนุมนั้น ปฏิเสธอำนาจรัฐ บันไดขั้นถัดมาก็คือ การเรียกร้องหรือบีบให้เหล่าข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรมปฏิเสธคำสั่งของรัฐ

              นั่นก็คือ การเมืองโดยประชาชนได้เดินทางมาถึงจุดสูงสุดแล้ว !

              แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ไม่ขยับมวลชนเข้ามาชน ไม่สกัดกั้นการเคลื่อนขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุม ถึงขนาดที่ว่า อยากยึดก็ยึดไป อยากทำอะไรก็ทำ แต่ภาพรวมก็ทำให้ฟากฝั่งรัฐดูไม่ค่อยดีนักต่อการเพิ่มจำนวนของผู้ชุมนุมคัดค้าน

              แต่รัฐบาลจะเลือกหนทางใดได้ในขณะนี้ ในเมื่อญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจถูกบรรจุเข้าไว้ในวาระการประชุมแล้ว ก็ไม่อาจหนีการชี้แจงต่อที่ประชุมสภาไปได้

              ครั้นจะลาออกก็คงไม่อาจหลีกหนีวิกฤติครั้งนี้ไปได้อยู่ดี เพราะทันทีที่ลาออกก็ยังต้องหาคนในพรรคเพื่อไทยขึ้นมารับตำแหน่งแทน...แล้วคนคนนั้นก็จะต้องมารับหน้าที่เผชิญกับแรงกดดันจากผู้ชุมนุมเหมือนกับ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เผชิญอยู่ในขณะนี้

              แล้วก็ยังต้องมาเลือกว่า จะยุบสภา หรือจะลาออกไป ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยังค้างคาเหมือนกัน !

              เพราะฉะนั้นการใช้ความอดทนเท่านั้น จึงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของรัฐบาล ในเมื่ออีกเพียงแค่ไม่กี่วันสภาก็จะปิดสมัยประชุมแล้ว เมื่อถึงเวลานั้น หากรัฐบาลเร่งผลักดันโครงการใหม่ๆ ดีๆ ออกมา การชุมนุมก็คงจะซาลงไปเอง

              นอกจากนี้ยังมีแผนอื่นๆ ที่พร้อมจะใช้เพื่อรับมือกับวิกฤติการณ์ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น "เกมแรง" ซุ่มรอจังหวะเข้าชนแตกหัก ก็มีผู้เสนอ แม้กระทั่งปล่อยให้เกิดเหตุรุนแรงแล้วออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์ ก็ยังมีอยู่ในมือ

              จังหวะนั้นยังได้เช็กความพร้อมของเหล่าทัพไปด้วยว่า จะก้าวเท้าไปพร้อมๆ กับรัฐบาลหรือไม่...เพราะสถานการณ์เช่นนี้ "ใครตามเรา ยัง ใครขวางเรา ตาย" เหล่าทัพใดไม่เอาด้วย ก็เปลี่ยนหัว หรือหากจะสุมหัวเล่นงานรัฐบาล ก็มีมวลชนพร้อมออกมาต้านอยู่แล้ว

              แต่หากเอาไม่อยู่ ก็ต้องพร้อมที่จะไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ไม่ยอมให้ซ้ำรอย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพี่ชาย ที่ยังคิดว่า อยู่เมืองนอกแล้วยังทำอะไรได้

              นั่นคือแผน "ปกติ" ที่ไม่ใช่เรื่องราวที่สลับซับซ้อนใดๆ

              แต่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นก็คือ มีการเช็กความเคลื่อนไหวของ ผบ.เหล่าทัพ ในทุกวัน ถึงแม้ "5 เสือกองทัพบก" จะย้ายสถานที่ทำงานไปที่ พล.1 รอ. ถนนวิภาวดีฯ แต่ก็ยังต้องรายงานตัวกันอยู่

              จะว่าไปก็เป็นเรื่องธรรมดาที่รัฐบาลจะต้องรับรู้ความเคลื่อนไหวของทุกองคาพยพที่อาจจะกลายเป็นภัยคุกคาม...เพียงแต่ว่า ระยะนี้เช็กถี่เป็นพิเศษเท่านั้น

              อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การชุมนุมก่อนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจยังคงอยู่ในภาวะไร้ทิศทาง โอกาสที่จะเกิด "อะไร" ขึ้น ไม่ว่ากับการชุมนุม หรือกับรัฐบาลมีความเป็นไปได้ทั้งหมด

              หมากเกมนี้ แม้จะยังจับทิศไม่ชัด แต่ก็รู้ว่าต่างฝ่ายต่างก็มี "อาวุธ" ที่เหลือน้อยเต็มที เพราะเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว ต่างก็รับรู้ว่า "เบี้ย" ที่มีอยู่นั้นไม่พอแล้ว เพราะต่างก็เทกันจนหมดหน้าตัก

              สถานการณ์เช่นนี้ รอวันที่ "ขุน" ออกมาเผชิญหน้า แต่ทุกฝ่ายต่างก็รู้ว่า หากปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เบี้ยบนกระดานคงจะย่อยยับกันทั้งสองฝ่ายแน่ๆ

.............................

(หมายเหตุ : วันที่'ขุน'เผชิญหน้าเบี้ยบนกระดานก็คงยับเยิน : ขยายปมร้อนโดยศรุติ ศรุตา)