
แก้ไขกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น
แก้ไขกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น : กระดานความคิด โดยเสรี สุวรรณภานนท์
ปัจจุบันการทุจริตคอร์รัปชั่นแผ่ขยายไปอย่างกว้างขวาง มีการเรียกรับผลประโยชน์หรือรับสินบนกันในอัตรา 35-40% เป็นอย่างต่ำ สิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น คือ รัฐบาล นักการเมืองและข้าราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติจัดซื้อจัดจ้าง ต้องไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น หรือไม่รู้เห็นให้มีการคอร์รัปชั่น อย่างน้อยที่สุดหัวหน้ารัฐบาล หัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงานต้องประกาศโดยชัดแจ้งและชัดเจนว่า ต่อไปประเทศไทยต้องไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น และต้องประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติในเรื่องของการไม่มีคอร์รัปชั่นในประเทศไทยดังกล่าว
ในส่วนของตัวบทกฎหมายเองก็มีส่วนสำคัญยิ่งที่จะต้องป้องกันไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยรวมแล้ว ประเทศชาติประชาชน เสียโอกาสและสูญเสียรายได้ของรัฐที่ถูกคอร์รัปชั่นไปไม่น้อยกว่า 50%
หากจะแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น อันดับแรกควรแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ในความผิดต่อเจ้าพนักงาน และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ที่ได้วางหลักไว้ว่า "ใครให้สินบนก็ผิดกฎหมาย ใครรับสินบนก็ผิดกฎหมาย" ดังเช่น มาตรา 144 และมาตรา 149 เลยกลายเป็นว่า พยานหลักฐานที่จะแสดงว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นถูกปกปิดไว้หมด ทั้งคนให้สินบนและคนรับสินบน ก็เลยช่วยกันปกปิด เอาความผิดจากใครไม่ค่อยจะได้ เท่ากับประมวลกฎหมายอาญา ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันดังกล่าว ได้บัญญัติปิดกั้นไม่ให้นำพยานหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นออกมาเปิดเผยได้โดยง่าย ดังนั้นควรให้มีการแก้ไขกฎหมาย ดังนี้
1.แก้ประมวลกฎหมายอาญา ในลักษณะ 2 หมวด 1 ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา ดังเช่น มาตรา 144 ให้เพิ่มเป็นวรรคสองว่า “หากผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง รับสารภาพและเปิดเผยพยานหลักฐานถึงตัวผู้เรียก-รับสินบนหรือผู้กระทำผิดตามมาตรา 149 ให้ผู้กระทำความผิดนั้น พ้นจากความรับผิด ตามมาตรา144 นี้”
ซึ่งหากได้แก้ไข ป.อาญา มาตรา 144 ดังกล่าวให้มีการเปิดเผยพยานหลักฐานได้โดยง่าย เปิดโอกาสให้คนถูกเรียกสินบนกลับมาเอาผิดเอาโทษคนที่เรียก-รับสินบนได้ ซึ่งคนที่จะเรียกจะรับสินบนก็จะไม่กล้าเรียกไม่กล้าเรียกไม่กล้ารับ เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตพยานหลักฐานจะถูกเปิดเผยเมื่อใด และคนที่ถูกรีดไถไปแล้ว ต่อไปหากถูกรีดไถอีกจนทนไม่ไหวจะได้กล้าที่จะเปิดเผยพยานหลักฐานเอาผิดเอาโทษคนที่รีดไถหรือคนที่เรียกรับสินบนไปดังกล่าว
2.นอกจากนี้ให้แก้ไขบทลงโทษ ใน ป.อาญา มาตรา 149 และหรือในกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้บัญญัติให้การกระทำความผิดในข้อหาเรียก-รับสินบน ไม่มีการรอการลงโทษหรือการรอลงอาญาทั้งสิ้นทุกกรณี
3.อีกทั้งให้แก้ไขกฎหมายในคดีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ให้ไม่มีอายุความทุกคดี ซึ่งจะทำให้คนที่เรียก-รับสินบนมีชงักติดหลังไปจนวันตาย และอาจจะกลับมาติดคุกภายหลังตอนแก่เฒ่าก็เป็นได้ คนเหล่านี้จะได้ไม่กล้าเรียกหรือรับสินบน หรือไม่กล้าทุจริตคอร์รัปชั่นอีกต่อไป
4.ให้ประชาชนทุกคน หรือองค์กรภาคประชาชน มีอำนาจในการตรวจสอบหรือร่วมตรวจสอบในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น และให้ประชาชนทั่วไปสามารถเป็นผู้เสียหายในการแจ้งความร้องทุกข์หรือฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลกับบุคคลที่เรียกหรือรับสินบนได้ทุกคดี เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาช่วยกันแจ้งความหรือดำเนินคดีเอาผิดเอาโทษกับคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่นได้
5.ให้ริบทรัพย์ที่ได้มาจากการทุจริตหรือให้ยึดทรัพย์ส่วนตัวของผู้กระทำความผิดนำมาชดใช้ความเสียหายคืนให้แก่แผ่นดินได้ตลอดไปไม่มีอายุความเช่นกัน
6.ให้ยึดทรัพย์ที่ได้ไปจากการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยให้บังคับใช้ได้กับทายาทและลูกหลานที่เข้ารับมรดกของผู้กระทำความผิด
7.หากเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุจริตคอร์รัปชั่น ช่วยเหลือผู้กระทำความผิดทุจริตคอร์รัปชั่นโดยทุจริต เพื่อให้ผู้กระทำความผิด พ้นผิดหรือไม่ต้องรับโทษ ให้เจ้าหน้าที่นั้นต้องรับโทษเป็นสองเท่าของโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิด
มันถึงเวลาที่ต้องกล้าหาญที่จะปฏิรูปประเทศ และการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อให้มีการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังให้เป็นรูปธรรมเสียที



