
ประชานิยมไม่มีแม้วได้หรือ ?
ระหว่างที่บ้านเราเมืองเรากำลังบอกว่า การเรียกร้องประชาธิปไตยนั้น ได้ "ยกระดับ" หรือ "ไปไกล" กว่า การที่จะมาเถียงกันว่า เอาหรือไม่เอาทักษิณ แต่เลือกตั้งที่สกลนคร ถึงแม้จะเป็นการลงคะแนนล่วงหน้า เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา ก็สะท้อนภาพออกมาว่า ที่พูดว่าการเรียกร้อง
ขุนพลเพื่อไทยไปแทบไม่เป็น เมื่อเจอกับกลยุทธ์สูตรสำเร็จของผู้เชี่ยวชาญการเลือกตั้ง
การสั่งประกบคีย์แมนที่ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดของชาวบ้านกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่พลพรรคเพื่อไทยต้องรีบคลี่คลายปัญหา
ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่า การโฟนอินของทักษิณ ที่อุดรธานี และการเคลื่อนพลของคนเสื้อแดงเข้าช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ด้วยกลยุทธ์ประณามผู้ทรยศทักษิณนั้นอยู่ในแผนเดียวกันหรือไม่..จนกว่าผลการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งจะออกมา
แต่ก็สะท้อนให้เห็นได้ในระดับหนึ่งผ่านจำนวนผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้าอย่างล้นหลาม เข้าคิวต่อแถวกันจนถึงสี่ทุ่มของคืนวันอาทิตย์ ทำให้ยอดผู้มาใช้สิทธิพุ่งพรวดไปถึง 2 หมื่นกว่าคน
ถึงจะสะท้อนอย่างไร ก็คงไม่มีใครกล้าตะโกนดังๆ ว่า ประชาธิปไตยที่สกลนครกำลังเบ่งบานอย่างเต็มที่
ทุกคนคงจะจับตาดูกันว่า ที่สุดแล้วผลจะออกมาอย่างไร...การต่อสู้ที่ทั้งสองฝ่าย รู้มือรู้ตีนกันอยู่อย่างนี้ ใครจะชนะ
ในอีกมุมมองหนึ่งก็คือ "ประชานิยม" และ "ทักษิณ" นั้นเป็นความจริงเพียงวันหนึ่งวันใดที่นักการเมืองทั้งหลายได้อยู่ร่วมกันเท่านั้น แต่เมื่อลาขาดจากกัน เพราะอีกฝ่ายเห็นว่า "มันจบแล้ว" สูตร "ประชานิยม+ทักษิณ" ก็ไม่ใช่ทางเลือกเพียงสายเดียวที่จะเป็นใบเบิกทางสู่อำนาจเสียแล้ว
"เราสู้ด้วยตัวเองมาตลอด สู้ตั้งแต่ยังไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณ" คงจะยังไม่ลืมประโยคทองประโยคนี้จาก เนวิน ชิดชอบ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า "ประชานิยม" ตามแนวนโยบายในยุคทักษิณ จะไม่ถูกนำมาใช้ เพียงแต่ถูกนำมาอธิบายใหม่ว่า นั่นเป็นความต้องการของประชาชน
ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ต้องยอมรับว่า นี่คือความดีอย่างเดียวที่ทักษิณให้ไว้...ให้ชาวบ้านรู้จักเรียกร้องสิ่งที่เหมาะสมกับตนเองอย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
ไม่ใช่นั่งแบมือรอเศษเงินที่เหลือกินจากการจัดสรรของผู้ปกครอง
แต่มันจะเป็นแบบนั้นได้จริงหรือ ในเมื่อ ส.ส.ภูมิใจไทยเองขู่จะฟ้อง กกต.ฐานปล่อยให้ทักษิณโฟนอิน จนอาจทำให้พ่ายแพ้เลือกตั้งครั้งนี้



