คอลัมนิสต์

 อภัย

อภัย

18 มิ.ย. 2552

ตอนนี้รัฐบาลกำลังพยายามหาทางแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้การพัฒนามาเป็นนโยบายหลัก ส่วนจะพัฒนาอย่างไร ชาวบ้านในพื้นที่จะได้ประโยชน์อย่างไร อีกไม่นานคงได้รู้กัน

 สัปดาห์ก่อนผมเคยพูดถึงเรื่องนี้ว่า ชาวบ้านต้องศรัทธารัฐ และรัฐเองก็ต้องมีความจริงใจ เพื่อช่วยกันนำพาความสุขสงบกลับคืนมา

 เมื่อมีสองสิ่งนี้แล้วรัฐยังต้องให้อภัยผู้หลงผิดด้วย อย่าลืมว่ามีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่จำใจให้ความร่วมมือกับกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ เพราะถูกบังคับขู่เข็ญทั้งทางตรงและทางอ้อม

 ทางตรงคือการใช้ความรุนแรง ทางอ้อมคือการใช้จิตวิทยาเกลี้ยกล่อมให้ร่วมมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ฝ่ายตรงข้าม และไม่อาจให้ความคุ้มครองช่วยเหลือใดๆ ได้

 เมื่อเป็นเช่นนี้การให้อภัยจึงมีความสำคัญ จากนั้นการพัฒนาก็จะเกิดตามมา เพื่อให้พวกเขามีชีวิตอยู่อย่างยั่งยืน ไม่กลับไปร่วมมือกับผู้ก่อการร้ายอีก

 จะว่าไปแล้วเรื่องการเมืองนำการทหารที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังนำมาใช้แก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ เหมือนกับเมื่อครั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เคยใช้ได้ผลมาแล้วกับปัญหาโจรคอมมิวนิสต์ในอดีต

 ให้อภัยแก่คนที่กลับตัวกลับใจมาทำหน้าที่ผู้ร่วมพัฒนาประเทศ โจรคอมมิวนิสต์จึงหมดไป !?!

 มาวันนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับรูปแบบปัญหาที่ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งสำคัญคือมีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่คลุกคลีกับปัญหามานาน และสามารถสร้างมวลชนเป็นเกราะป้องกันชุมชนได้สำเร็จ มองถึงปัญหาในภาพรวม ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา นั้นพบว่า มีการเข้าถึงและพัฒนาจริง แต่ไม่เข้าใจ

 เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อเราไม่เข้าใจทั้งเรื่องปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ สิ่งที่จะนำมาพัฒนาก็อาจไม่เป็นที่ต้องการ หรือพัฒนาไปแบบผิดๆ ถูกๆ

 รัฐบาลลองเก็บเอาไปคิดดูครับว่าเราจะเข้าใจชาวบ้าน เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของชาวบ้านได้อย่างไร เพื่อให้งบประมาณที่ทุ่มลงไป 1.8 หมื่นล้านบาทนั้นสัมฤทธิผล และชาวบ้านได้ประโยชน์อย่างแท้จริง

 บางทีการกินยาผิดขนานก็ไม่ทำให้หายจากอาการป่วย หรืออาจจะแย่ถึงขนาดเป็นพิษเอาง่ายๆ ด้วย

มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]