
107ปีแห่ง'ราชนาวีไทย'กองทัพเรือเพื่อปชช.
107ปีแห่ง'ราชนาวีไทย' กองทัพเรือเพื่อประชาชน : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2449 หรือ 107 ปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ อย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังเดิม ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.)
ต่อมาพระองค์ท่านได้พระราชทานพระราชหัตถเลขามีความสำคัญตอนหนึ่งว่า “ดีใจที่ได้เห็นการทหารเรือมีรากหยั่งลงแล้ว จะเป็นที่มั่นสืบไปในภายหน้า”
กองทัพเรือจึงได้ถือเอาวันที่ 20 พฤศจิกายน เป็นวันกองทัพเรือ และการทหารเรือซึ่งมีรากหยั่งตั้งแต่บัดนั้นก็ถูกสืบสานเสริมสร้างให้มั่นคงแข็งแกร่งโดย พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ซึ่งในกาลต่อมาประวัติศาสตร์ได้จารึกเกียรติภูมิของพระองค์ในฐานะ “องค์บิดาของกองทัพเรือ” ผู้ทรงได้รับการเคารพเทิดทูนจากทหารเรือทั้งมวล
พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรฯ ได้ตระหนักในหน้าที่อันสำคัญยิ่งในการจรรโลงกองทัพที่เป็นหลักชัยในการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ในทุกประเทศต่างหันมาให้ความสนใจในเรื่องผลประโยชน์ของชาติมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า ความขัดแย้งอื่นๆ ล้วนแล้วเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความรุนแรงจนถึงขั้นใช้กำลังทางเรือทั้งสิ้น กองทัพเรือจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดเตรียมไว้ เพื่อป้องกันราชอาณาจักร และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลตลอด 24 ชั่วโมง
พล.ร.อ.ณรงค์ ระบุว่า ภารกิจหน้าที่ของกองทัพเรือในปัจจุบัน ได้แก่ การจัดกำลังเพื่อป้องกันประเทศจากภัยคุกคามทางทะเล การปราบปรามการก่อการร้ายในพื้นที่รับผิดชอบ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การพัฒนาประเทศ และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ต่างๆ
กองทัพเรือได้มุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อปกป้องอธิปไตย ธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การสืบสานงานตามโครงการพระราชดำริ ตลอดจนการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ
นอกจากนี้กองทัพเรือยังมีการจัดกำลังพลและยานพาหนะไปยังพื้นที่ต่างๆ รวมถึงนำเครื่องผลักดันน้ำไปติดตั้งในพื้นที่ประสบภัย ตลอดจนพื้นที่เสี่ยงเพื่อเร่งระบายน้ำให้ออกสู่ทะเลเร็วขึ้น
ในด้านการเสริมสร้างกำลังรบ กองทัพเรือได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพึ่งพาตนเอง โดยได้ดำเนินการ "โครงการต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา" ซึ่งได้ดำเนินการเป็นที่แล้วเสร็จในปีนี้
ทั้งยังได้เดินทางเข้าร่วมการ "สวนสนามทางเรือนานาชาติ" ณ เครือรัฐออสเตรเลีย ในโอกาสครบรอบ 100 ปี กองทัพเรือออสเตรเลีย อันเป็นการเสริมสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยและเครือรัฐออสเตรเลีย รวมถึงการจัดหาเรือฟริเกตจากสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อพัฒนาศักยภาพในการป้องกันประเทศ
สำหรับในปี 2557 กองทัพเรือจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน ครั้งที่ 8 ก่อนที่จะถึงวาระการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปีงบประมาณ 2558
ตลอดจนการเตรียมการจัดกำลังพลเพื่อทำหน้าที่ ผู้บัญชาการและฝ่ายอำนวยการ "กองเรือเฉพาะกิจผสมนานาชาติในการปราบปรามโจรสลัดบริเวณอ่าวเอเดนและชายฝั่งโซมาเลีย" ตามมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นบทบาทนำของกองทัพเรือในภูมิภาค และในระดับนานาชาติ ในการรักษาความมั่นคงทางทะเล และการปฏิบัติงานเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเล
"สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งในภารกิจอันมากมายของกองทัพเรือที่ได้ดำเนินการในอันที่จะป้องกันอันตราย และความสงบสุขมาสู่ประชาชน สมดังเจตนารมณ์ของกองทัพเรือที่ต้องการให้กองทัพเรือเป็นกองทัพเรือเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง" ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวให้คำมั่น
...............
(หมายเหตุ : 107ปีแห่ง'ราชนาวีไทย' กองทัพเรือเพื่อประชาชน : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)



