
ปักษ์ใต้บ้านเรา
ท่ามกลางเหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้ที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลก็ได้ปรับกลยุทธ์การแก้ไขปัญหา ด้วยการเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.การบริหารราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้
คือการจัดตั้งสำนักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สบ.ชต.) ขึ้นมาเป็นหน่วยงานหลัก โดยมีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมทั้งด้านการเมืองและการทหาร โดยในส่วนของความมั่นคงจะอยู่ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน. และส่วนของการพัฒนาอยู่ในความดูแลของ กพต.
สบ.ชต.เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เลขาธิการ สบ.ชต มีฐานะเทียบเท่าปลัดกระทรวง แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี ตามคำแนะนำของรัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งนับเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาภายในของหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ เพราะปัจจุบัน แม้ว่าจะมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) แต่ก็เป็นที่ทราบกันว่า ศอ.บต.ไม่มีอำนาจในการของบประมาณด้วยตนเอง ต้องขอผ่าน กอ.รมน. และการจัดสรรงบประมาณสำหรับหน่วยราชการอื่นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ก็ไปตั้งอยู่ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ในความดูแลของแม่ทัพภาค 4 แต่ สบ.ชต.จะสามารถจัดทำแผนต่างๆ และของบประมาณได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นการจำกัดบทบาทของ กอ.รมน.ลงโดยปริยาย ขณะที่ สบ.ชต.ก็จะมุ่งเน้นในโครงการพัฒนา ตามนโยบายการเมืองนำการทหาร
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์เอง ยังได้มอบหมายให้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาของพรรค เป็นแกนนำในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ร่วมกับ ส.ส.5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งน่าจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีข้อมูลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งในส่วนของพรรคและรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
เป็นที่น่าสังเกตว่า การเร่งดำเนินการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล ซึ่งมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จากพรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวตั้งตัวตีเกิดขึ้นในเวลาที่ใกล้กันกับปรากฏการณ์ทางการเมืองสองเรื่อง
เรื่องแรกคือการสัมมนาพรรคภูมิใจไทย ที่ จ.สกลนคร ที่สร้างภาพของสกลนครโมเดล ปลุกกระแสลูกอีสาน ที่ทำให้เพื่อนฝูงคลางแคลงใจว่าปฏิบัติการของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ เพียงเพื่อต้องการลั่นกลองรบกับพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 สกลนคร เท่านั้นหรือ? หรือเป็นการประกาศความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งทั่วไป หากจะเกิดอุบัติเหตุยุบสภาในเร็วๆ นี้? แต่ไม่ว่าเจตนารมณ์ที่แท้จริงของพรรคภูมิใจไทยจะเป็นอย่างไร บรรดาแกนนำคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ก็สั่งให้ลูกพรรคของตนเกาะติดกับพื้นที่อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะภาคใต้ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์มาแต่ไหนแต่ไร
ปรากฏการณ์ทางการเมืองเรื่องที่สอง ได้แก่การเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการของพรรคมาตุภูมิ ของ ส.ส.และอดีต ส.ว.ภาคใต้ ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกกลุ่มวาดะห์ในพรรคความหวังใหม่ อาทิ นายเด่น โต๊ะมีนา นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ นายมุข สุไลมาน นายนัจมุดดิน อูมา ฯลฯ แถมยังมีข่าวว่าจะได้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ.และประธาน คมช. มานั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคหรือผู้บริหารระดับสูงของพรรคมาตุภูมิ
แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมา กลุ่มวาดะห์ซึ่งอยู่ภายใต้หลังคาพรรคอื่นจะไม่ได้สร้างความหนักใจให้แก่พรรคประชาธิปัตย์มากนักในการเลือกตั้ง แต่การถือกำเนิดของพรรคมาตุภูมิ ซึ่งสมาชิกก่อตั้งส่วนใหญ่เป็นคนมุสลิมในพื้นที่ และบางคนยังนำเสนอแนวคิดเรื่องการจัดตั้งเขตปกครองพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาด้วย ก็น่าจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เกิดอาการนอนไม่หลับได้เหมือนกัน



