คอลัมนิสต์

ตำรวจชู'ทำดีติดดาว'ลด'ตาย'จากอุบัติเหตุ

ตำรวจชู'ทำดีติดดาว'ลด'ตาย'จากอุบัติเหตุ

21 พ.ย. 2556

ตำรวจชู'ทำดีติดดาว'ลด'ตาย'จากอุบัติเหตุ : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม

            พื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น บริเวณถนนมิตรภาพ เส้นทางสายหลักที่ประชาชนเดินทางสัญจรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ผ่านมาสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุของชาวบ้านไผ่ สูงกว่าปีละ 30 คน เพราะมี "จุดเสี่ยง" หลายจุด

            ขณะที่ผู้ขับขี่รถยนต์-รถจักรยานยนต์ไม่ค่อยเคารพกฎจราจร หลายรายเสียชีวิต เพราะดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่

            ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทำให้ พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.บ้านไผ่ ต้อง "บูรณาการการแก้ไขปัญหา" ร่วมหลายหน่วยงาน ทั้งภาคีเครือข่ายป้องกันอุบัติเหตุทางถนนอำเภอบ้านไผ่ สมาชิกภาคีหลัก เช่น โรงพยาบาลบ้านไผ่ สำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น (สาขาบ้านไผ่) แขวงการทางขอนแก่นที่ 3 พุทธยานสมาคม บริษัท อดัม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน 26 ชุมชน รณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุทั้งเชิงรุกและเชิงรับด้วยหวังว่า จะสามารถลดจำนวนเหยื่อที่จะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ

            "กว่า 5 ปีแล้ว ที่เราทำงานแบบบูรณาการ ทำให้อำเภอบ้านไผ่เป็นพื้นที่ต้นแบบรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุ" พ.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว

            ผกก.สภ.บ้านไผ่ เล่าว่า แม้จะมีการรณรงค์แล้วก็ตาม แต่สถิติช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ยังมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถึง 57 คน ยังไม่นับรวมเหยื่อที่พิการและผู้ได้รับผลกระทบระยะยาว หลายรายเสียค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง 

            “พื้นที่อ.บ้านไผ่จะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องคือ วันเหยื่อโลก จัดช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายน และปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้ว เพื่อให้ชาวบ้านได้รำลึกถึงผู้เสียชีวิต บุตรหลานญาติพี่น้องจากอุบัติเหตุ ให้ตระหนักถึงภัยการใช้รถใช้ถนน ให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ในงานจะแจกหมวกกันน็อกให้เด็กเล็ก วางพวงหรีดที่สุสานรถที่เสียหายจากอุบัติเหตุทั้งสิ้น หวังว่าประชาชนจะตระหนักถึงปัญหาของอุบัติเหตุ"

            พ.ต.อ.สุวัฒน์ย้ำว่า นอกจากการรณรงค์แล้ว สภ.บ้านไผ่ ยังมีกิจกรรมเชิงรุกคือ "กิจกรรมทำดีติดดาว" โดยให้ภาคีเครือข่ายตั้งจุดตรวจร่วมกัน หากพบประชาชนไม่สวมหมวกกันน็อก ตำรวจจะออกใบสั่ง แต่จะสอบถามความสมัครใจให้ประชาชนเลือกว่า จะเสียค่าปรับหรือซื้อหมวกกันน็อกราคา 99 บาท แทนการเสียค่าปรับ พร้อมกับบันทึกการกระทำผิด หากมีการกระทำผิดซ้ำจึงจะบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัด โดยเฉพาะหญิงสาวที่รักสวยรักงาม มักจะไม่สวมหมวกกันน็อกกลัวว่าผมเสียทรง เรื่องนี้ได้เน้นย้ำให้ตำรวจจราจรทำความเข้าใจกับหญิงสาวกลุ่มนี้ด้วย

            "ก่อนถึงเทศกาลปีใหม่ ผมจัดรถประชาสัมพันธ์รณรงค์การใช้รถใช้ถนนให้ถูกกฎหมาย ระยะนี้หากพบเห็นผู้กระทำผิดจะว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น แต่ถ้าเข้าช่วง 7 วันอันตราย ยังพบว่ากระทำผิดจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังมีมาตรการ 3 ม. คือ เมาไม่ขับ สวมหมวกนิรภัย และมอเตอร์ไซค์ปลอดภัย 2 ข. คือ มีใบขับขี่ คาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อขับขี่ และ 1 ร.ไม่ขับรถเร็ว"

            ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังดำเนินกิจกรรมการให้ความรู้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่แล้ว จะรวบรวมข้อมูลสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมาวิเคราะห์ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและลดการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ให้ยั่งยืนต่อไป