
'พคท.'หลังรัฐประหาร19กันยา
'พคท.'หลังรัฐประหาร19กันยา : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
ในปรากฏการณ์คนเมืองเดินออกจากออฟฟิศสู่ท้องถนน เพื่อร่วมมหกรรม "มหานกหวีด" ก็ได้เห็นแถลงการณ์ฉบับหนึ่งแทรกเข้ามาในสื่อออนไลน์อย่างเงียบๆ
นั่นคือแถลงการณ์ของ "โฆษกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย" (พคท.) จึงได้แชร์ให้เพื่อนได้อ่าน และมีปฏิกิริยาตอบกลับมาโดยพลันว่า "ยังมีอยู่อีกหรือ?"
อ่านแถลงการณ์จบ ก็หยิบวารสาร "ฟ้าเดียวกัน" ฉบับล่าสุดมาอ่าน ด้วยอยากทราบว่านักวิชาการคิดยังไงกับสถานการณ์ "หลัง พคท."
ความล่มสลายของสหภาพโซเวียต ความขัดแย้งในหมู่ "พรรคพี่น้อง" ส่งผลให้นักรบกองทัพปลดแอกแปรสภาพเป็น "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" และทฤษฎีกึ่งเมืองกึ่งศักดินา กลายเป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม
จริงๆ แล้ว "หลัง พคท." ของฟ้าเดียวกัน ก็น่าสนใจในหลายประเด็น แต่ไม่เร้าใจเท่ากับ "หลัง พคท. - หลังรัฐประหาร 19 กันยา" ซึ่งไม่มีการพูดถึงในวารสารเล่มนั้น
ภาพของ "นักรบดาวแดง" จากภาคอีสานมาพักค้างอยู่กลางสนามหลวง และอ่านแถลงการณ์ "โค่นล้มระบอบทักษิณ" ยังเป็นเรื่องที่ผู้คนกังขาถึงที่มาที่ไป
ภาพของ "นักรบดาวแดง" เดินแถวตบเท้าไปหน้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขอพึ่ง "พระราชอำนาจ" ยังเป็นเรื่องที่น่าศึกษา มากกว่าการโพสต์ข้อความเชิงหยามหยันในหน้าเพจของคนเสื้อแดง
"หลัง พคท. - หลังรัฐประหาร 19 กันยา" ได้ก่อรูปชุดอุดมการณ์ "สหายใต้ร่มพระบารมี" มาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
"คุณแม่" ในนิยายเรื่อง "สตรีหมายเลข 0" ของ รุ่งมณี เมฆโสภณ ก็เป็นหนึ่งในตัวละครที่ทำให้ชุดอุดมการณ์ดังกล่าวมีชีวิตชีวา และยิ่งกว่านิยายยุคสงครามเย็น เมื่อตัวละครหน้าใหม่ๆ ในกลุ่มคนชนชั้นนำสนับสนุนการก่อเกิด "นักรบดาวแดง เพื่อชาติและราชบัลลังก์" ขึ้นมาแบบเหนือฝัน
มิเพียงเท่านั้น หลังจากการลาออกของ "ลุงดิน" เลขาธิการพรรคคนเดิม องค์กรนำของ พคท.ชุดที่มีการแต่งตั้งคณะผู้บริหารใหม่ ก็นำพาขบวนลัทธิมาร์กซ-เลนิน เข้าสู่สมรภูมิการต่อสู้ทางการเมืองนอกสภา อันยืดเยื้อระหว่าง "พลพรรคทักษิณ" กับ "ฝ่ายไม่เอาทักษิณ"
ล่าสุดโฆษก พคท.ออกแถลงการณ์ในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอ่านแล้วก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นแถลงการณ์ของฝ่ายต้านทักษิณ ไม่ว่าจะเป็น กปท. หรือ คปท.
"เวลานี้ ความตื่นตัวของประชาชนได้ยกระดับการต่อสู้สู่การขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นตัวแทนของทุนใหญ่ผูกขาดสามานย์ทักษิณที่รวมศูนย์ผูกขาดอำนาจรัฐ เสียงตะโกนในที่ชุมนุมของประชาชนกลุ่มต่างๆ "ยิ่งลักษณ์ออกไป" ดังขึ้นไม่ขาดสาย เป็นการสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกและสิทธิที่ชอบธรรมของประชาชน"
สังเกตว่า คณะกรรมการบริหาร พคท.ชุดชั่วคราวนี้ จะวิเคราะห์สังคมไทยว่า เป็นสังคมทุนนิยม จึงกำหนดให้ "ทุนผูกขาดสามานย์ทักษิณ" เป็นเป้าหมายของการปฏิวัติ แต่เฉพาะหน้านี้ ต้องขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์
"พรรคเราขอแสดงความคารวะ และชื่นชมจิตใจอันอาจหาญของประชาชนในการต่อสู้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ต่อต้านการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ล้างผิดให้คนโกงจนได้รับชัยชนะในระดับหนึ่ง"
ขณะที่สมาชิก พคท. อีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับ "องค์กรนำ" ซึ่งได้สิ้นจากรากเหง้าของประวัติศาสตร์ อันมีเกียรติของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยแล้ว เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่า คณะกรรมการบริหารกลาง พคท. ได้เข้าร่วมกับขบวนการเสื้อเหลือง สนับสนุนฝ่ายอำมาตย์ และต่อต้านประชาธิปไตย
ด้วยเหตุนี้ สมาชิก พคท.ที่ปฏิเสธองค์กรนำ (สายเสื้อเหลือง) จึงไปก่อการจัดตั้ง "พรรคประชาธิปไตยประชาชน" โดยจัดการประชุมสมัชชาพรรคฯ ครั้งที่ 1 ไปแล้ว นัยว่าทฤษฎีชี้นำพรรคคือลัทธิมาร์กซ-เลนิน แต่ไม่มี "ความคิดเหมาเจ๋อตง" ต่อท้าย
เป้าหมายของพรรคใหม่คือ "ต่อสู้คัดค้านทุนนิยมศักดินาเหนือรัฐ (ในประเทศ) จักรพรรดินิยมอเมริกา(นอกประเทศ) สร้างชาติไทยที่เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์"
แต่การขับเคลื่อนของพรรคประชาธิปไตยประชาชน ยังอยู่ในลักษณะ "ปิดลับ" เหมือน พคท.ยุคก่อนปี 2500 เน้นการทำงานใต้ดินย้อนยุค คู่ขนานไปกับ "งานเปิด" การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนอกสภา
จึงอยากเห็นนักวิชาการทำงานวิจัยเรื่อง "หลัง พคท." ยุคสมัยแห่งการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองของชาวลัทธิมาร์กซ-เลนิน ทั้งใต้ร่มธงเหลืองและธงแดง



