คอลัมนิสต์

ระวังสงครามข่าวสาร

ระวังสงครามข่าวสาร

20 พ.ย. 2556

ระวังสงครามข่าวสาร : บทบรรณาธิการประจำวันที่20พ.ย.2556

             ในสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังร้อนระอุอยู่ในขณะนี้ ข้อมูลข่าวสารทางโซเชียลมีเดีย ถือว่ารวดเร็วและรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง ทั้งฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลและต่อต้านที่กำลังชุมนุมกันอยู่ ข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏในโลกออนไลน์มีผลทางจิตวิทยาเป็นอย่างยิ่ง และมีการส่งต่อกันอย่างรวดเร็ว จริงบ้างเท็จบ้าง หรือมีทั้งจริงผสมเท็จปั่นแต่งเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม สงครามข่าวจึงมีความละเอียดอ่อนและล่อแหลมต่อสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ มีการใช้ข้อมูลหรือข่าวลือเข้ามาสู่การยุยงปลุกปั่นกันทั้งสองฝ่าย การรับข้อมูลข่าวสารจึงเป็นการเลือกข้อมูลที่รักที่ชอบ ทำให้การคัดกรองหรือการตัดสินใจบางเรื่องถูกเบี่ยงเบนและขาดความรอบคอบ ส่งผลให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง ส่วนการสกัดกั้นค้นหาต้นตอแทบเป็นไปไม่ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงทำได้เพียงการตอบโต้ชี้แจงในประเด็นความผิดพลาดขึ้นเท่านั้น ถึงกระนั้นก็ยังไม่เป็นผลเพราะส่วนใหญ่เลือกเสพข่าวที่เป็นบวกกับฝ่ายตน

             ขณะเดียวกันสงครามข่าวสารที่ออกมาจากฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าโซเชียลมีเดีย มีความน่าหวาดระแวงไม่แพ้กัน นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนเดินทางเข้าร่วมชุมนุมจนทำให้เมืองหลวงเกิดความวุ่นวายกรณีข่าวมีคนบางกลุ่มขนอาวุธจากจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ชุมนุม มีการอ้างถึงทหารบางคนเป็นพยานโดยให้การทำนองว่ารับไม่ได้กับวิธีการสร้างความรุนแรงแบบนี้ แต่จะจริงเท็จอย่างไรนั้นคงต้องตรวจสอบกันอีก ส่วนหนึ่งของเป้าหมายคงเพื่อกันไม่ให้เกิดเหตุลุกลามไปสู่ความรุนแรง อีกด้านหนึ่งอาจทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความหวาดกลัวไปด้วย ข่าวสารประเภทนี้แหละที่อดีตเคยมีการนำมาใช้ในหลายสถานการณ์เป็นการโยนเป้าเข้ากลางวงปืน จับทางกระสุนได้ยากเพราะเป็นไปได้ทั้งสองด้าน ข่าวสารแบบนี้จึงส่อเค้าไปในทางสุมไฟมากกว่า

             สงครามข่าวสารในสถานการณ์ตึงเครียดจึงถูกส่งเข้ามาในโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวสารที่ถูกเสริมปั้นแต่งอย่างเป็นระบบ สร้างความน่าเชื่อถือผ่านเหตุการณ์ที่คุกรุ่นเกือบจะตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว ขณะที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) พยายามชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้มือที่สามเข้ามาหยิบยกหรือยุยงให้เกิดความวุ่นวาย เรียกว่าตอบโต้กันรวดเร็วทันเหตุการณ์ แต่การชุมนุมที่มาถึงวันนี้มีการประกาศชัดจากแกนนำฝ่ายค้านว่าเป้าหมายเดิมจากการต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมได้เปลี่ยนไปเป็นการโค่นล้มระบอบทักษินไปแล้ว หมากเกมนี้จึงสู้กันหมดหน้าตัก คำประกาศของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขีดเส้นตายในวันที่ 24 พฤศจิกายน จะเป็นวันดีเดย์เพื่อล้มกระดานการเมืองของรัฐบาลทั้งหมดและเชื่อได้ว่าจากนี้ไปสงครามข่าวจะยิ่งเข้มข้นดุเดือด ประชาชนพึงตรวจสอบการรับข่าวสารจากทุกฝ่าย ตัดสินใจบนพื้นฐานความเป็นจริง อย่าได้เชื่อข่าวสารที่ได้รับในทันที ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะไม่มีวันสงบสุข คนไทยจะเกิดความแตกแยกเข่นฆ่ากันเอง