คอลัมนิสต์

อินโดนีเซียส่งเสริมประชาธิปไตย

อินโดนีเซียส่งเสริมประชาธิปไตย

19 พ.ย. 2556

อินโดนีเซียส่งเสริมประชาธิปไตย : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร

            เกาะบาหลี-เมื่อเร็วๆ นี้ อินโดนีเซียได้จัดการประชุมการส่งเสริมประชาธิปไตย โดยใช้ที่นี่เป็นสถานที่นัดพบของผู้นำและผู้แทนของประเทสต่างๆ จาก 84 ประเทศ ได้ทำมานานถึง 6 ปีเต็มๆ เพื่อแสดงจุดยืนเรื่องการพัฒนาประชาธิปไตยในบริบทของเอเชีย ฟังดูแล้วอาจจะแปลกๆ เพราะประชาธิปไตยแบบเอเชีย ไม่ค่อยมีคนรู้เรื่อง ถ้ามีจริง ทำไมต้องเป็นอินโดนีเซียเป็นตัวชู

            ประเด็นนี้น่าสนใจ ตามจริง อินโดนีเซียเป็นน้องใหม่ในเรื่องการปกครองประชาธิปไตย เพิ่งมีประสบการณ์ทางด้านนี้ไม่นานคือปี 1998 หลังโค่นระบอบทรราชย์ของ ประธานาธิบดีซูฮาร์โต ในช่วงที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนของสังคมอินโดนีเซียได้มีส่วนในการเสริมสร้างประชาธิปไตย โดยเฉพาะทหารที่ยอมถอยหลังเข้าในกรมกอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองวันต่อวัน แบบในอดีต

            อดีตผผู้นำทหารอินโดนีเซียหลายคนได้กลายเป็นปัญญาชนชั้นนำทางด้านส่งเสริมประชาธิปไตย เดินทางไปต่างประเทศบรรยายถึงความสำเร็จของประชาธิปไตยแบบอินโดนีเซีย รวมแวะเข้ามาในประเทศไทยด้วย สิ่งที่ต้องยกย่องของทหารอินโดนีเซียคือพวกเขามีประสบการณ์ในการกอบกู้ชาติและได้ขับไล่กลุ่มปกครองอาณานิคมคือชาวดัตช์ให้ออกไปจากอินโดนีเซีย พวกเขาจึงรู้ดีว่า ศัตรูที่แท้จริงของอินโดนีเซียนั้นอยู่ที่ไหน ในขณะที่สถานการณ์ในไทยต่างกัน บทบาททหารไทยเป็นคนละแบบ

            ต้องยอมรับว่า ช่วงนี้อินโดนีเซียมาแรงมากในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งในภูมิภาคและนานาประเทศ กลายเป็นประเทศประชาธิปไตยใหญ่เป็นที่สามของโลกรองจากอินเดียและสหรัฐอเมริกา ที่เด่นชัดมากคือ รัฐมนตรีต่างประเทศมาร์ตี นาตาลีกาวาของอินโดนีเซีย ที่เก่งกาจ สามารถจับประเด็นต่างๆ ในบริบทอาเซียนและของโลก ส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศอินโดนีเซียได้ ซึ่งผิดจากของไทยที่ส่งเสริมผลประโยชน์ส่วนบุคคล

            อินโดนีเซียตอนนี้มีความมั่นใจและประสบการณ์มากพอจะสนับสนุนประชาธิปไตยในเอเชียที่มีรูปแบบต่างๆ อินโดนีเซียถือว่าประเทศตนมีศักยภาพเป็นแนวหน้าในเรื่องนี้ได้ จึงได้ทุ่มทุนมหาศาลเพื่อสร้างบทบาทอันสำคัญให้แก่อินโดนีเซียและเครือข่าย ในอดีตบทบาทนี้ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์เป็นของไทย แต่การเมืองในไทยในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การแบ่งขั้วการเมืองที่ชัดเจน ความไม่สามารถเยียวยา ทำให้การพัฒนาการเมืองนั้นหยุดชะงัก

            ใครมาอินโดนีเซียในช่วงนี้จะพบกับการรณรงค์เลือกตั้งประธานาธิบดีคนต่อไปในเดือนพฤษภาคมปีหน้าแทนคนปัจจุบัน ซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน ในเวลานี้ มีตัวเลือกถึง 12 คน ที่โดดเด่นมี 3 มคน คือ นายจ๊อกโกวี่ ผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตาคนล่าสุด ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตอนนี้ อีกคนคือ คนที่อินโดนีเซียรู้จักดี เพราะเป็นอดีตนายทหารหน่วยปราบปรามพิเศษชื่อ พราโปโว สุปิอันโต้เป็นลูกเขยของประธานาธิบดีซูฮาร์โตด้วย ผู้ท้าชิงคนนี้กระเป๋าลึกมากๆ เพราะมีพี่ชายเป็นเศรษฐีน้ำมันอยู่เบื้องหลักค่อยให้ความช่วยเหลือ

            คนที่สามคือ อาบูลิซาล บาคคลี่ เป็นหัวหน้าพรรคโกลค่า ซึ่งเคยเป็นพรรคการเมืองหลักที่ครองการเมืองอินโดนีเซียมาเกือบ 5 ทศวรรษ จนกระทั่งอินโดนีเซียถูกขับไล่ไสส่งออกไป บาคคลี่เป็นมหาเศรษฐีของอินโดนีเซีย และรู้ตัวดีว่า โอกาสที่จะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปนั้นริบหรี่เต็มที่ เนื่องจากเจ้าตัวมีคดีติดตัวมากมาย รวมทั้งเรื่องติดสินบนเจ้าหน้าที่

            นักวิชาการอินโดนีเซียเชื่อมั่นว่า ประชาธิปไตยอินโดนีเซียนั้นกำลังจะบรรลุนิติภาวะ เพราะหุ้นส่วนต่างๆ ของสังคมมีส่วนเข้ามาช่วยในเรื่องการผลักดันประชาธิปไตยให้ก้าวหน้าต่อไป ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็เท่ากับว่าอินโดนีเซียเป็นประเทศอาเซียนแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในกรณีของไทย ถึงแม้ว่าเรามีการพัฒนาประชาธิปไตนมาเกือบ 82 ปี คุณภาพประชาธิไตยไทยยังไม่ได้เต็มร้อย

            เร็วๆ นี้ อินโดนีเซียได้ร่วมมือกับเกาหลีใต้ และมองโกเลียในการส่งเสริมประชาธิปไตยในเอเซีย มีการจัดตั้งองค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยขึ้นสำหรับเอเซียโดยเฉพาะ สามประเทศนี้ถือได้ว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยใหม่ มีพลวัตร ประเทศเอเซียอื่นๆสามารถนำเอาไปตัวอย่างได้โดยไม่ต้องอ้างอิงถึงโลกตะวันตก

            อนาคตอินโดนีเซียจะเป็นอย่างไรนั้น จะขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีคนต่อไป ถ้านายจ๊อกโกวี่ได้รับเลือกตั้ง มันจะทำให้ประชาธิปไตยอินโดนีเซียเติบโตไปอีกก้าวหนึ่ง เนื่องจากผู้นำคนนี้มีความคิดที่มีเสรีนิยมและค่อนข้างติดดิ ส่วนถ้าลูกเขยซูฮาร์โตได้ ประชาธิปไตยอาจจะล้มลุกคลุกคลานบ้างแล้วแต่กรณี