คอลัมนิสต์

ใช้สติในการชุมนุม

ใช้สติในการชุมนุม

19 พ.ย. 2556

ใช้สติในการชุมนุม : บทบรรณาธิการประจำวันที่19พ.ย.2556

              สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมหลากหลายกลุ่มที่ถนนราชดำเนินล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง และหลายคนต่างก็คาดเดากันไปว่า น่าจะจบลงในเร็ววันนี้ เพราะหนึ่งนั้นมาจากการประกาศเร่งเกมของแกนนำผู้ชุมนุม สองกำหนดวันเฉลิมฉลอง 5 ธันวามหาราช กำลังจะมาถึง และสาม กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนไม่รับรู้กับการยกระดับของแกนนำ หรืออาจจะไม่ค่อยเข้าใจนักกับการใช้ อารยะขัดขืน หรือการเลิกซื้อสินค้าของกลุ่มทุนที่สนับสนุนฝ่ายตรงกันข้าม หรือ สี่ อาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อยาวนาน เมื่อใกล้ถึงเทศกาลวันปีใหม่ จึงน่าจะไปเตรียมตัวเพื่อตักตวงเอาความสุขบ้าง

              ต้องยอมรับว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมที่มีผู้คนหลากหลายความคิด หลากหลายสาขาอาชีพ หลากหลายช่วงอายุ มารวมกันได้จริงๆ ส่วนจะมาจากสาเหตุใดถึงได้มีการรวมพลังกันทั้งที่เวทีราชดำเนิน และเวทีหลายแห่งในต่างจังหวัดได้มากมายขนาดนี้ ผู้ที่ติดตามสถานการณ์การเมืองต่างก็รับรู้กันดีว่าเป็นเพราะว่า ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ที่ออกมานั้นขัดต่อความรู้สึก ขัดต่อหลักนิติธรรม ที่พวกเขาเหล่านั้นยึดมั่นเสมอมา ผู้คนน่าจะกว่าครึ่งที่ออกมานั้นไม่ได้มาเพราะกระแสการเมือง หรือการเลือกขั้วใดขั้วหนึ่ง

              การชุมนุมทางการเมืองในครั้งนี้จึงเป็นการชุมนุมที่สงบ ปราศจากความรุนแรง โดยที่ผู้ชุมนุมก็ไม่ได้คิดที่จะโจมตีจนก่อให้เกิดความรุนแรง หรือมุ่งหวังที่จะโค่นล้มรัฐบาลโดยใช้จำนวนมวลชนเข้าหักหาญขับไล่อย่างไร้เหตุไร้ผล รวมทั้งฝ่ายรัฐบาลที่เป็นเป้าหมายการโจมตีของผู้ชุมนุม ก็ไม่ได้แสดงท่าทีที่จะไปยั่วยุ เพื่อเร่งเร้าให้เกิดการแตกหักจนออกหน้าออกตา แต่ได้พยายามชี้แจงว่า ได้ปลดชนวนเหตุที่ทำให้เกิดการชุมนุมออกไปแล้ว (แม้จะยังเหลือปมสำคัญอยู่) ซึ่งนับเป็นการชุมนุมที่ใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจ

              สิ่งที่น่าเป็นห่วงในการชุมนุมครั้งนี้กลับเป็นกองเชียร์ ที่ยกระดับไปไกลกว่าเนื้อหาการชุมนุม โดยที่ไม่สนใจว่า การที่แกนนำม็อบประกาศยกระดับการชุมนุมนั้นหมายความว่าอย่างไร หรือมีจุดมุ่งหมายสิ่งใดต่อจากนี้ หวังเพียงแค่เขย่าเสถียรภาพรัฐบาล หรือไปไกลถึงขับไล่รัฐบาล หากแต่กองเชียร์กลับคิดไปไกลแทนรัฐบาลแล้วว่า หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ และไม่ควรจะมากุมบังเหียนบริหารประเทศอีกต่อไป ทั้งที่ความเป็นจริงนั้น รัฐบาลจะอยู่หรือไป มาจากความขัดแย้ง ถ้าไม่ภายในรัฐบาล (ผสม) เอง ก็มาจากความขัดแย้งกับฝ่ายนิติบัญญัติ หรือถูกองค์กรอิสระชี้ว่ากระทำการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือถ้าเลวร้ายที่สุดก็มาจากการรัฐประหาร

              ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติเช่นนี้ ไม่ว่าผู้ชุมนุมมาจากเสื้อสีใด หรือแม้จะกลุ่มเดียวกัน แต่จุดมุ่งหมายอาจผิดแผกแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด ก็ต้องค่อยๆ คิด ค่อยๆ ฟัง อย่างไปเร่งคิดเร่งทำตามเสียปี่กลองที่เชิดเร้าอารมณ์ไปจนอยู่เหนือหลักการของเหตุและผล เพราะประวัติศาสตร์มีให้เห็นไม่รู้ว่าจะกี่ครั้งว่า สุดท้ายแล้วหากเกิดอะไรขึ้น ก็มีแต่ผู้ชุมนุมเท่านั้นที่รับรู้ข่าวสารเป็นคนสุดท้าย กลับตัวได้เป็นคนสุดท้าย แต่เป็นเหยื่อรายแรกๆ เสมอ