คอลัมนิสต์

สิทธิชุมชน

สิทธิชุมชน

18 พ.ย. 2556

สิทธิชุมชน : บทบรรณาธิการฉบับวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2556

              เป็นภาพไม่งาม ไม่น่าดูนัก ที่ตำรวจจับกุมชาวบ้านระดับแกนนำ 2 คน ระหว่างการเปิดเวทีรับฟังความเห็นโครงการบริหารจัดการน้ำโมดูลเอ 1 (การสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ) และโมดูลเอ5 (โครงการสร้างทางผันน้ำ หรือฟลัดเวย์) ในส่วนของ จ.กำแพงเพชรเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน แล้วนำไปตัวทั้งสองไปขังไว้ในห้องขังเคลื่อนที่เสมือนเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาทั่วไป โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้สงบสติอารมณ์ หลังจากที่คนทั้งสองพยายามเข้าไปในเวทีการประชุม ซึ่งไม่ได้เตรียมที่เอาไว้สำหรับชาวบ้านตามที่ได้แสดงตัวอ้างสิทธิ์ หากจะนับว่าเป็นครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา นับจากที่ได้มีเวทีรับฟังความเห็นมาแล้วนับสิบเวทีหลายจังหวัด ก็ต้องร่วมกันคิดใคร่ครวญว่า เราจะปล่อยให้บรรยากาศดำเนินต่อไปเช่นนี้อีกหรือไม่ ในเมื่อยังเหลือเวทีรับฟังความเห็นกันอีกหลายจังหวัด

              โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ปัญหาอุทกภัยของประเทศไทยตามแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ หรือเรียกสั้นๆ ว่า แผนจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท นับเป็นอีกหนึ่งเมกะโปรเจกท์ของรัฐบาล ซึ่งนอกเหนือจากความพยายามแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งแล้ว รัฐบาลยังมุ่งมาดปรารถนาที่จะให้เป็นเครื่องมือช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอันเป็นผลได้จากการจ้างงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในเวลาเดียวกัน แต่กระนั้น ในเวลาต่อมาศาลปกครองได้มีคำสั่งให้เปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนผู้มีส่วนได้เสียเสียก่อน ดังนั้นเวทีต่างๆ ที่จึงเกิดขึ้นตามคำสั่งศาล ซึ่งถ้าหากพิจารณาเทียบเคียงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กำแพงเพชรครั้งนี้จึงดูเสมือนว่า แท้จริงแล้ว รัฐบาลเพียงแค่เปิดเวทีตามคำสั่งศาลพอเป็นพิธีเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรก็ต้องดำเนินโครงการดังที่ได้ทำสัญญาไว้กับภาคเอกชนไปก่อนหน้าแล้ว

              แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่เกิดเหตุปะทะกันด้วยกำลังหรือมีความรุนแรงจนเลือดตกยางออก แต่ก็หาได้มีหลักประกันใดๆ ว่าจะไม่เกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อชาวบ้านเริ่มเรียนรู้ว่า รัฐบาลโดยคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ไม่ได้มีความจริงใจที่จะเปิดกว้างเพื่อรับฟังความเห็นหรือรับรู้ทุกข์ร้อนของราษฎรที่ต้องเสียสละเพื่อให้โครงการเกิดขึ้นได้ ขณะเดียวกัน พวกเขาเองก็ได้รวมตัวกันเปิดเวทีคู่ขนานแสดงออกถึงสิทธิของชุมชนในอันที่จะปกป้องทรัพยากรที่พวกเขาเป็นเจ้าของร่วมกัน พวกเขาได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ เรียนรู้ข้ามพื้นที่ ถือเป็นการสร้างชุมชนขึ้นมาอีกชุมชนหนึ่ง ทั้งการรวมตัวกันจริงๆ และสนทนานัดหมายกันผ่านโซเชียลมีเดีย จนเกิดเป็นพลังพร้อมที่จะเคลื่อนขบวนเพื่อปกป้องสิทธิชุมชนอย่างเหนียวแน่นและเข้มข้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

              ถึงขณะนี้ แม้พอประมาณได้ว่า การเปิดรับฟังความเห็นประชาชนดำเนินมาประมาณครึ่งทางเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ถือว่าสายเกินไปที่รัฐบาลโดย กบอ.จะได้ตั้งสติไตร่ตรองให้รอบคอบทบทวนผลของการเปิดเวทีรับฟังความเห็นที่ผ่านมาทั้งหมดอย่างเปิดใจกว้าง เพื่อนอกจากจะไม่ทำให้เกิดการเผชิญหน้าหรือมีความรุนแรงเกิดขึ้นแล้ว โครงการที่จะเกิดขึ้น (หรือไม่เกิดขึ้นก็ตาม) จะยังประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ผู้มีสิทธิเต็มตามรัฐธรรมนูญในอันที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตนเองและชุมชน