คอลัมนิสต์

โศกนาฏกรรมซ้ำซาก

โศกนาฏกรรมซ้ำซาก

15 พ.ย. 2556

โศกนาฏกรรมซ้ำซาก : บทบรรณาธิการประจำวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2556

              โศกนาฏกรรมถังบรรจุก๊าซเพื่อใช้อัดลูกโป่งสวรรค์ระเบิดขึ้นที่บริเวณหน้าร้านศักดิ์อ๊อกซิเจน เลขที่ 68 ถนนมรุพงษ์  ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ฉีกร่างผู้เคราะห์ร้าย 4 ศพ บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 5 ราย เมื่อเช้าวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ยังความสยดสยองและเวทนาให้ผู้รับรู้เหตุการณ์ครั้งนี้ แต่นั่นก็อาจเป็นแต่เพียงความรู้สึกเพียงชั่ววูบหรือเป็นอารมณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น เพราะเอาเข้าจริง เหตุร้ายทำนองนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หรือว่าเกิดขึ้นแบบนานทีปีหน หากแต่มักจะเกิดขึ้นเสมอๆ ในช่วงก่อนเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ อย่างเช่น โรงงานพลุ ดอกไม้ไฟระเบิด ซึ่งแต่ละครั้งล้วนมีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บจำนวนมาก แต่ในที่สุดเรื่องราวเศร้าหมองทำนองนี้ก็เงียบหายไป

              จากภาพวงจรปิดที่บันทึกนาทีมรณะในเหตุการณ์วันนั้นพบว่า โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดจากอุบัติเหตุที่อาจมาจากความประมาทเลินเล่อหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็เป็นได้ เพราะถังก๊าซระเบิดขึ้นทันทีที่หนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายซึ่งอุ้มถังลงจากรถแล้วทำหลุดมือ อาจเป็นไปได้ว่าตัวเขาเองไม่เคยรู้มาก่อนว่า ก๊าซที่บรรจุอยู่ภายในถังนั้นมีอานุภาพร้ายแรงเพียงใด หรือถ้ารู้ก็ต้องถือว่ายิ่งอันตราย เพราะระเบิดเวลาเคลื่อนที่เหล่านี้ถูกเคลื่อนย้ายไปในสถานที่ต่างๆ ได้อย่างเสรีไร้การควบคุม ขณะที่ผู้ประกอบการลูกโป่งสวรรค์เอง ก็ปกปิดข้อเท็จจริงถึงอันตรายเช่นว่านี้เอาไว้ช้านานเพราะความเชื่อมั่นเชื่อมือจนประมาทว่าจะไม่ปล่อยให้พลาดพลั้งได้ และคงจะเป็นความลับดำมืดต่อไปได้อีกจนกว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นเท่านั้น

              คงจะไม่ผิดนัก ถ้าจะกล่าวว่า ในประเทศไทยของเรามีวัตถุอันตรายในลักษณะระเบิดเคลื่อนที่อยู่มากมาย จากขนาดเล็กๆ เช่น ประทัด ดอกไม้ไฟ ขนาดกลางอย่าง ถังก๊าซหุงต้มแบบพกพา จนถึงขนาดใหญ่ที่จุดเล่นกันได้เป็นที่สนุกสนานอย่างบั้งไฟแสน บั้งไฟล้าน ซึ่งคร่าชีวิตคนแทบทุกปี แต่ก็ไม่มีหนทางป้องกันใดๆ ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ วัตถุอันตรายเหล่านี้ล้วนตั้งอยู่ในย่านชุมนุมชน เช่นตลาดนัด งานรื่นเริงต่างๆ หนำซ้ำบางชนิดยังสามารถซื้อหากันได้เหมือนขนมนมเนย มีให้เล่นกันตั้งแต่เด็กเล็กๆ ระดับชั้นอนุบาลขึ้นไปจนถึงวัยรุ่นคะนองที่มักจะมีประทัดยักษ์อยู่ในมือ ซึ่งก็จะเห็นได้ดาษดื่นกันอีกครั้งในคืนลอยกระทงวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายนนี้ และในเวลาถัดมาก็แทบจะคาดเดาเอาไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าจะต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น

              มรณกรรมของผู้เคราะห์ร้ายชุดล่าสุดรวม 4 ศพ สะท้อนความหย่อนยานภายในสังคมของเรา ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ยามนี้ได้แทรกซึมบ่อนเซาะเข้าไปในทุกวงการ ทุกหัวระแหง ไม่มีเว้นยากดีมีจนชั้นชนใดๆ ถ้าหากละไว้ ไม่พูดถึงโครงสร้างใหญ่ แล้วโฟกัสเฉพาะจุดปัญหาก็จะพบว่า ภาครัฐไม่มีมาตรการที่เข้มแข็ง หรือใช้อำนาจหน้าที่บังคับใช้อย่างเข้มข้นเพียงพอในอันที่จะควบคุมวัตถุอันตรายต่างๆ โศกนาฏกรรมครั้งนี้ จึงเสมือนภาพจำลองย่อมๆ ของเหตุการณ์รถบรรทุกแก๊สระเบิดเผาผลาญผู้คนบนถนนเพชรบุรีเมื่อปี 2534 หรืออีกหลายๆ เหตุคล้ายกันที่เกิดตามมาหลายครั้งตลอดระยะเวลา 22 ปีเต็ม เช่นนี้แล้วถ้าทุกฝ่ายปรารถนาที่จะให้เหตุการณ์ครั้งล่าสุดนี้เป็นบทสุดท้าย ก็จะต้องเร่งจัดวางกลไกที่เข้มแข็งทุกระดับ พร้อมหน่วยงานตรวจสอบซ้ำ สุดท้ายคือลงมือทำงานกันอย่างจริงจังเสียตั้งแต่วันนี้