คอลัมนิสต์

'การเมืองสีเขียว'แบบสีลม

'การเมืองสีเขียว'แบบสีลม

14 พ.ย. 2556

'การเมืองสีเขียว'แบบสีลม : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

            นักวิชาการที่เฝ้ามองการเคลื่อนไหวทางการเมืองบนท้องถนนมายาวนาน สรุปว่า "ม็อบนกหวีด" หรือ "ม็อบโซเชียลมีเดีย" พ.ศ.นี้ มีจำนวนผู้ชุมนุมมากกว่า "ม็อบมือถือ" เมื่อปี 2535

            สังเกตได้จากการชุมนุมตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสีลม สถานีรถไฟฟ้าอโศก อารีย์ สะพานควาย สะท้อนชัดว่าภาคธุรกิจ นักธุรกิจ พนักงานเข้าร่วมอย่างกว้างขวาง

            ที่สำคัญ ภาพความเป็น "ม็อบคนชั้นกลาง" ฉายชัดกว่า 21 ปีที่แล้ว แต่เปรียบเทียบในแง่ "เนื้อหา" กลับตรงกันข้าม ม็อบมือถือต้านเผด็จการ แต่ม็อบโซเชียลมีเดีย รับไม่ได้กับพฤติกรรม "กร่าง" ของผู้นำแดนไกล และพรรคเพื่อไทย ที่มองไม่เห็นหัวคนเมือง จึงออกมาเป่านกหวีดดังสนั่นหวั่นไหว

            พูดถึงเส้นทางม็อบมือถือสู่ม็อบนกหวีด ก็น่าศึกษาบทบาทของ "ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย" ซึ่งกำเนิดขึ้นหลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535

            ในการเลือกตั้ง 13 กันยายน 2535 พลังเสียงของม็อบมือถือส่วนใหญ่ ให้การหนุนช่วยพรรคพลังธรรม ของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และคัดค้านแนวคิดฉวยโอกาสของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เอาประเด็น "อนาธิปไตย" มาเป็นแคมเปญหาเสียง

            โดยเฉพาะระดับแกนนำชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ได้ยกพลไปหาเสียงช่วย อากร ฮุนตระกูล ที่สวมเสื้อพรรคพลังธรรม จนได้รับชัยชนะที่เขต 1 กทม.

            เมื่อ "อากร" ลาออก ประสาร มฤคพิทักษ์ ประธานชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย จึงลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ในนามพรรคพลังธรรม แต่ประสาร ก็พ่ายแพ้การเลือกตั้ง

            ปี 2540 ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ได้เคลื่อนไหวสนับสนุน "รัฐธรรมนูญ 2540" โดยมี "สีเขียว" เป็นสัญลักษณ์ของการขับเคลื่อนในครั้งนั้น

            คำขวัญ "สีลมสีเขียว" นั้นสืบเนื่องมาจาก "สีลม" เป็นตัวแทนของภาคธุรกิจ และ "สีเขียว" เป็นสัญลักษณ์ในการรณรงค์เพื่อผ่านร่างรัฐธรรมนูญ

            ปี 2543 ปลายรัฐบาลชวน 2 ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ไม่พอใจนโยบายขายสินทรัพย์ ปรส.ให้ต่างชาติ บวกกับการบริหารประเทศที่เชื่องช้า จึงออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกหรือยุบสภา

            ช่วงแรกที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นำพรรคไทยรักไทย สู้ศึกเลือกตั้งปี 2544 ได้ชูแนวคิด "ชาตินิยมทางเศรษฐกิจ" ก็โดนใจกลุ่มแกนนำชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกมารณรงค์สนับสนุนพรรคไทยรักไทย จนชนะเลือกตั้งขาดลอย

            แกนนำชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย เริ่มไม่พอใจการบริหารประเทศของอดีตนายกฯ ทักษิณ ซึ่งพวกเขามองว่า "รวบอำนาจ" และแทรกแซงองค์กรอิสระ 

            ปี 2549 ประสาร มฤคพิทักษ์ พร้อมสมาชิกชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย จัดแรลลี่โค่นระบอบทักษิณออกมาร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

            แน่นอน กลุ่มสีลมต่างยินดีปรีดา เมื่อเห็นรถถังออกมาขับไล่รัฐบาลทักษิณเป็นผลสำเร็จ และมีตัวแทนของกลุ่มหลายคนเข้าไปนั่งในตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

            "รัฐธรรมนูญสีเขียว" ปี 2550 ที่พวกเขารณรงค์สนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่แพ้ตอน "รัฐธรรมนูญธงเขียว" ปี 2540 ก็เปิดทางให้ประสาร ได้เป็น ส.ว.สรรหา

            นอกจากประสาร ชมรมดังกล่าวยังมี ปรีดา เตียสุวรรณ์ เจ้าของธุรกิจเครื่องประดับแพรนด้า จิวเวลรี่, มนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง และ สมเกียรติ หอมละออ นักธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานชมรมฯ แทนประสาร

            พ.ศ.ปัจจุบัน ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย จุดประกายม็อบนกหวีดครั้งแรก ที่หน้าอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ วันต่อมาได้ยกขบวนมาแถลงจุดยืนร่วมต้านนิรโทษกรรมล้างผิดคนโกง กับเครือข่ายสามเสน บนเวทีการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

            ก่อนหน้าเสียงนกหวีดจะดังกระหึ่ม สมเกียรติ หอมละออ เข้าไปเป็น 1 ใน 16 ผู้ก่อการจัดตั้ง "สภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย" ที่เป็นงานเย็น ต้องใช้เวลา และต้องใช้พลังมากมาย

            วันนี้ พวกเขาแสดงตัวชัดเจนว่าเลือกยืนอยู่ข้างเครือข่ายสุเทพ หรือภาคประชาชนของ ปชป. ในการต้านระบอบทักษิณภาค 2