
ควบคุมความขัดแย้ง
ควบคุมความขัดแย้ง : บทบรรณาธิการประจำวันที่6พ.ย.2556
ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มต่างๆ ที่มาร่วมชุมนุมคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมที่เรียกกันว่าฉบับสุดซอย เพราะกระแสข่าวที่อดีตนายกรัฐมนตรีสั่งเดินหน้าเพื่อกลับบ้านโดยไม่ต้องถูกดำเนินคดี กำลังเข้าสู่จุดร้อนแรงทุกขณะทั้งในโลกโซเชียลมีเดีย กลุ่มบุคคล องค์กร นักศึกษา สถาบันการศึกษา ข้าราชการ ประชาชน ที่ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายที่มองกันว่าขัดกับนิติรัฐ ออกกฎหมายล้างผิดให้แก่ผู้ที่คดโกงทุจริตคอรัปชั่นและคนสั่งให้การสลายการชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต กฎหมายนี้เองที่รัฐบาลโน้มน้าวว่าจะนำพาไปสู่ความปรองดองให้คนในชาติได้ แต่แท้จริงแล้วกลับกลายเป็นรอยร้าวที่ขยายใหญ่ขึ้น ดูจากการต่อต้านที่มีเกือบทุกหัวเมืองทั่วประเทศ มีการตั้งเวทีคู่ขนานกับกลุ่มคัดค้านในกรุงเทพฯ ทำให้ดูเหมือนว่าม็อบขนาดใหญ่กำลังตั้งเค้าและส่อว่าจะลุกลามขึ้นจนอาจนำไปสู่ความรุนแรงและการใช้กำลังปราบปรามควบคุม หากรัฐบาลยังสั่งเดินหน้าโดยไม่ฟังเสียงประชาชน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เริ่มได้รับเสียงติติงในเชิงปล่อยให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวไปทั่วจนกระทั่งมาปักหลักที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อันเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องขับไล่รัฐบาลนับแต่อดีตเป็นต้นมา และเป็นจุดที่สร้างแรงฮึกเหิมแก่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ไม่น้อย ถึงแม้จะมีการประกาศเป็นพื้นที่ความมั่นคงแต่ในทางปฏิบัติจริงๆ แล้วตำรวจไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีประชาชนที่มาร่วมชุมนุมตามรัฐธรรมนูญได้ คลื่นคนจำนวนมหาศาลจึงเคลื่อนเข้ายึดจุดสำคัญในการเรียกร้องให้ล้มเลิก พ.ร.บ.ฉบับนี้ ประเด็นสำคัญอยู่ที่รัฐบาลที่พยายามจะเดินหน้าต่อ ซึ่งจากถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำสร้างความปรองดองในสังคมซึ่งเป็นเพียงสถานการณ์ที่คาดเดากันเท่านั้น เมื่อมีพ.ร.บ.ฉบับนี้ก็ไม่ได้การันตีว่า เมื่อจบกระบวนการทั้งหมดแล้วประเทศไทยจะปราศจากความขัดแย้ง หากแต่เป็นเดิมพันความเสี่ยงทางการเมืองอีกครั้งเท่านั้น
คำถามคือหากการผลักดัน พ.ร.บ.ฉบับนี้สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับประเทศโดยไม่มีการรับโทษ ประเทศไทยจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติจริงหรือ แรงต่อต้านจะลดลงหรือคนในชาติจะเกิดความปรองดองได้ในขณะที่มีการล้างบาปให้แก่คนที่ทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งในนานาประเทศทั่วโลกไม่ตอบรับกับประเด็นนี้ นิรโทษกรรมส่วนใหญ่ใช้กับประชาชนและไม่ใช่ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงบ้านเมืองด้วย ถึงเวลานั้นนากยรัฐมนตรีคนปัจจุบันนี้จะรับผิดชอบต่อความเสียหายได้อย่างไร หากมีประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้านและขับไล่บุคคลที่ได้รับผลบุญจากกฎหมายนี้ รัฐบาลในอนาคตจะทำอย่างไร หากบ้านเมืองเกิดความร้าวฉานจนเกิดการแบ่งฝ่ายปะทะห้ำหั่นกัน กลุ่มผู้ชุมนุมที่พยายามเรียกร้องให้ยกเลิกพ.ร.บ.ฉบับสุดซอยนี้ จะเดินขบวนขับไล่กลุ่มผู้ได้ประโยชน์หรือไม่ ถึงเวลานั้นบ้านเมืองจะลุกเป็นไฟหรือเปล่า ไม่ใช่ไปหาคำตอบจากตำรวจหรือกองทัพ แต่คนไทยทั้งประเทศต้องเห็นพ้องต้องกัน ควบคุมเหตุซะตั้งแต่ตอนนี้



