คอลัมนิสต์

ความเหมือนบนความต่างร่างกฎหมาย

ความเหมือนบนความต่างร่างกฎหมาย

05 พ.ย. 2556

หยิบหนังมาเล่าเรื่อง Lincoln ความเหมือนบนความต่างร่างกฎหมาย : กระดานความคิด http://www.oknation.net/blog/movietalk

               ในช่วงบรรยากาศการเมืองในขณะนี้ ที่เราได้รับรู้ว่า "สภาทาส" ได้ผ่านร่างกฎหมายนิรโทษกรรม โดยวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายฉบับนี้ก็คือการล้างทุกความผิดให้แก่ "คนที่คุณก็รู้ว่าใคร" ซึ่งกำลังหนีคุกตะรางร่อนเร่อยู่ในต่างแดน สถานการณ์แบบนี้เป็นความเหมือนบนความต่างกับเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง Lincoln

               หนังถ่ายทอดเรื่องราวช่วงท้ายของชีวิตการเมืองในฐานะประธานาธิบดีของ อับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งมีปณิธานที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมีเนื้อหาว่าด้วยการ "เลิกทาส" ให้แก่ชนผิวดำในอเมริกา และยกระดับสิทธิเสรีภาพ และความเป็นมนุษย์ของคนผิวดำเหล่านี้ พร้อมๆ กับปัญหาความแตกแยกภายในประเทศจนเกิดเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายเหนือ และฝ่ายใต้

               ด้วยการแสดงอันสุดยอดของแดเนียล เดย์-ลูอิส ที่สวมบทเป็นประธานาธิบดีลินคอล์น ทั้งรูปโฉมภายนอกไปเข้าถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นผู้นำอันมีจริยธรรม ไม่น่าแปลกใจที่บทนี้จะเหมือนให้ออสการ์ฝ่ายชายยอดเยี่ยม ปี 2012 ใส่พานให้กันเลย ยังไม่นับนักแสดงสมทบมากฝีมือ เช่น ทอมมี ลี โจนส์, แซลลี ฟิล์ด, เดวิด สตาร์เธินร์ส, เจมส์ สเปเดอร์  ภายใต้การกำกับภาพยนตร์โดย สตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ได้รับการยอมรับว่านี่คือหนังดีที่สุดของในยุคหลังของสปีลเบิร์ก

               เราได้เห็นวุฒิภาวะความเป็นผู้นำที่ยึดหลักทำทุกอย่างโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ประธานาธิบดีลินคอล์นได้พบเห็นสิ่งที่ชนผิวขาวกระทำต่อชนผิวดำ ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นทาสทางร่างกาย แต่รวมไปถึงทาสทางจิตใจ ในสายตาของ ประธานาธิบดีลินคอล์น เชื่อมั่นว่า ภายใต้อาณาจักรแห่งพระเจ้า มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน สิ่งที่ท่านทำได้ในฐานะผู้นำของประเทศคือ ผลักดันรัฐธรรมนูญอันมีเนื้อหาว่าด้วยการเลิกทาส และสิทธิเสรีภาพของพลเมืองผิวดำที่เกิดบนแผ่นดินสหรัฐอเมริกา ซึ่งปณิธานดังกล่าวถูกคัดค้านอย่างรุนแรงจากผู้เสียผลประโยชน์คือเหล่าสมาชิกสภา อันทรงเกียรติ แต่ประธานาธิบดีลินคอล์นก็หาได้ย่อท้อต่ออุปสรรคดังกล่าวไม่ สิ่งที่ท่านทำก็คือ การใช้ทักษะ กลยุทธ์ การเจรจาต่อรอง อย่างใสสะอาดและความเป็นสุภาพชนเข้าแก้ไข จนสามารถเอาชนะได้ด้วยวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตยในที่สุด แน่นอนว่าเมื่อกฎหมายเลิกทาสผ่านสภา ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือ เหล่าทาสชาวผิวดำที่เกิดมาและมีชีวิตอันขมขื่นหลายชั่วอายุคน จะได้มีอิสรเสรีภาพในการมีชีวิตทีดีกว่าเดิม

               ความเหมือนบนความต่างกับรัฐบาลไทยชุดนี้ก็คือ  เราได้เห็นภาวะความเป็นผู้นำของนายกฯ น้องสาว ที่อะไรๆ ก็บูรณาการ และลอยตัวจากปัญหา โดยโยนเผือกร้อนให้ "สภาทาส" ไว้ก่อน ซึ่ง "สภาทาส" ก็พยายามใช้ทั้งกลเม็ด อุบาย เล่ห์เหลี่ยม ชั้นเชิงทางการเมืองทั้งซึ่งหน้าและลับหลัง บวกด้วยสรรพกำลังจากหน่วยงานภาครัฐคอยสนับสนุนจนโหวตผ่าน "กฎหมายล้างผิด นิรโทษกรรม" ซึ่งแน่นอนว่า คนที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดก็คือ "คนที่คุณก็รู้ว่าใคร"

               "เราเลือกจะเกิดมาเอง หรือว่าเราเกิดมาเพื่อเหมาะสมกับช่วงเวลาในยุคแห่งนั้นกันแน่? ณ เวลานี้เท่านั้น ที่จะตัดสินชะตากรรมตั้งแต่นี้ไป ไม่ใช่แค่เพื่อคนนับล้านที่กำลังจะตกเป็นทาสในวันนี้ แต่อีกหลายชีวิตมากมาย ที่กำลังจะเกิดมาในอนาคต  เราควรหยุดการหลั่งเลือดครั้งนี้ไหม?"

               "ถ้าการค้าทาสไม่ใช่เรื่องผิด ก็ไม่มีอะไรเป็นเรื่องผิดทั้งนั้น"  ประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น