
ไทยถูก'สอดแนม'มาตลอด
ไทยถูก'สอดแนม'มาตลอด : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ไม่ต้องตกใจ ประเทศไทยถูกสอดแนมโดยประเทศมหาอำนาจตลอดเวลา ตั้งแต่สมัยสงครามเย็นเป็นต้นมา ที่ตั้งของไทยอยู่ในใจกลางเอเซียอาคเนย์ แถมยังเป็นประเทศเดียวที่ไม่ได้ตกอยู่ในเงื้อมมือคอมมิวนิสต์หรือปิดประเทศ ในช่วงหกสิบกว่าปีที่ผ่านมา ไทยเป็นศูนย์ของสายลับต่างประเทศ
ในการสอดแนมหรือการหาข้อมูลลับในเมืองไทยทำได้ง่ายมาก ระบบการป้องกันการรั่วข่าวสารและความลับราชการของเราไม่ได้ทำกันอย่างจริงๆ จังๆ คนทำสื่อจะรู้ดีว่าข้อมูลที่นำมาตีพิมพ์ในสื่อกระแสหลักไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยและอังกฤษ ถ้าอ่านดีๆ จะพบว่าเป็นข้อมูลลับแทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะแหล่งข่าวจากทหารและตัวเลขเกี่ยวกับพาณิชย์
อีกวิธีหนึ่งที่นิยมทำกันคือคุยกับเจ้าหน้าที่ไทยโดยตรง เจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกฝนในการหาข้อมูลทางด้านการพูดคุย รู้วิธีตั้งคำถามและเช็กข้อมูลได้ทันที หนังสือที่นักเขียนฝรั่งเขียนเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในประเทศไทยก็ได้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์กันแบบเป็นกันเอง ค่อยๆ พูดจากับผู้เกี่ยวข้องในประเทศ นักเขียนกลุ่มนี้ใช้เวลาเก็บข้อมูลเป็นสิบๆ ปีก็มี ไม่ใช่ได้ปั๊บแล้วนำมาเขียนแบบไทยๆ
การสอดแนมที่ทำกันมาตลอดในไทยตั้งแต่ไหนแต่ไรคือการสอดแนมเพื่อเอาความลับ เพื่อทำร้ายศัตรู ในสมัยพระเจ้าตากพม่ามีหน่วยสืบราชการลับที่รู้ที่ตั้งสำคัญๆ ในกรุงธนบุรี เวลาต่อมาพม่าสามารถเข้าโจมตีสยามในสมัยอยุธยาและกวาดต้อนผู้คนและทรัพย์สินเงินทองได้อย่างรวดเร็ว
ในขณะนี้พม่ามีหน่วยสอดแนมที่มีเครือข่ายกว้างขวางที่สุดในประเทศไทย (ไทยถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสำคัญที่สุดของพม่า เนื่องจากสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์) ดูจำนวนคนพม่าที่อาศัยอยู่ในไทยก็ไม่น่าแปลกใจ
ต่อมาในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองฝ่ายพันธมิตรสามารถสอดแนมในเยอรมันเอาความลับของแผนการโจมตีฝรั่งเศสมาได้รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างเครื่องบินโจมตีและเรือดำน้ำยู-ทู เป็นต้น
มาในโลกกระแสภิวัตน์ มันเป็นการสอดแนมด้านการทำธุรกิจมากที่สุด ในตอนนี้ต้องยอมรับว่าธุรกิจทำเงินมหาศาล เช่นด้านไอที หรือสมาร์ทโฟนมาเป็นอันดับหนึ่งที่เป็นข่าวพาดหัวก็เป็นเรื่องสอดแนมผู้นำแทบทั้งสิ้น หลังโศกนาฏกรรมที่นครนิวยอร์กในเดือนกันยายน 2001 การสอดแนมเปลี่ยนแนวทางใหม่คือตามหาตัวผู้ก่อการร้ายทั่วโลกและแผนการก่อการร้ายต่างๆ
ช่วงสงครามเวียดนาม ไทยเป็นศูนย์กลางของการสอดแนมหาข้อมูลในประเทศคอมมิวนิสต์รอบบ้านและจีน มีทั้งการส่งสายลับเข้าสอดแนมตามชายแดนหาข้อมูล (human intelligence) โดยตรง หรือดักฟังคลื่นวิทยุ (Information Operation) ซึ่งตอนนี้หน่วยสืบราชการลับไทยยังร่วมมือกับรัฐบาลต่างประเทศในการติดตามข่าวตามประเทศเพื่อนบ้าน
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ก่อนพม่าจะมีการปฏิรูปสองปีก่อน การดักฟังข่าวตามชายแดนไทย-พม่าเข้มข้นมากที่สุด หน่วยสืบราชการไทยและต่างประเทศกำลังต้องพิสูจน์ในสองเรื่องคือพม่ามีขีดความสามารถในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์จริงหรือไม่ อีกเรื่องคือสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับเกาหลีเหนือที่มีการติดต่อกันเรื่องซื้อขายเทคโนโลยีทางด้านการสร้างขีปนาวุธ
คงจำกันได้ ในตอนที่ทหารสหรัฐอเมริกาจะถอนตัวออกจากไทยในปี 1975 มีประเด็นเรื่องสถานีดักฟังข่าวที่เขารามสูรในอุดรธานีว่าจะยกให้ไทยหรือไม่ หน่วยงานสืบราชการลับของสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียร่วมมือกับทางฝ่ายไทยเพื่อติดตามข้อมูลต่างๆ การจับนายฮัมบารีหัวหน้าอัล-ไกดาประจำเอเชียอาคเนย์ในสิงหาคม 2003 เป็นผลโดยตรงของการสอดแนมแทบทั้งสิ้น
การสอดแนมคงจะมีต่อไป ไม่ว่าจะมีวิกิลีกส์หรือไม่ ถึงแม้นว่ารัฐบาลของมหาอำนาจจะออกมารับปากว่าจะลดกิจกรรมทางด้านนี้ลง ลดหรือไม่คงไม่มีใครรู้ เพราะเป็นความลับ เนื่องจากมีความจำเป็นที่ประเทศเหล่านี้ต้องประสานงานและหาข้อมูลต่างที่เกี่ยวกับแผนการของผู้ก่อการร้าย



