
เขตพิเศษดับไฟใต้
ในห้วงระยะเวลา 6 เดือน ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดูเหมือนสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ ได้พุ่งขึ้นสูงสุดแล้วในชั่วโมงนี้ โดยเฉพาะภายหลังที่คนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ เสียชีวิต 11 ศพ
ขณะกำลังทำละหมาดที่มัสยิด อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ระเรื่อยมาจนถึงเหตุการณ์ความไม่สงบต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน ไม่มีคำอธิบายใดๆ นอกจากคำของนายกรัฐมนตรีที่ว่า ประชาชนต้องมีความอดทน อดกลั้นไม่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง สุดท้ายคือเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ถึงแม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ จะได้เคยแสดงราคาความเป็นพรรคและนักการเมืองที่รู้จริงในปัญหาภาคใต้มาก่อนหน้านี้ก็ตาม
จากเดือนมกราคม 2547 ที่เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนทหาร 413 กระบอก จากคลังของ 4 กองร้อย ในกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส จนกระทั่งทหารยศจ่าสิบเอกตายไป 4 คน ตามมาด้วยถ้อยคำ "สมควรตาย" และ "โจรกระจอก" จากปากของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ไม่เคยพ้นจากสภาพของแดนมิคสัญญีเลย การคิดค้นวิธีการที่หลายคนอาจหวาดกลัว เช่น เขตปกครองพิเศษ หรือเขตบริหารพิเศษ ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เริ่มพูดถึงนั้น ก็อาจเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้มองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ได้
เมื่อพูดถึงเขตพิเศษ ความเป็นรัฐเดี่ยวของประเทศไทย ก็กลายเป็นอุปสรรคขวางกั้นความคิดทันที เพราะคนจำนวนหนึ่งเชื่อว่า จะกลายเป็นรัฐซ้อนรัฐขึ้นมา ซึ่งยิ่งจะทำให้ความต้องการแบ่งแยกดินแดนของกลุ่มผู้ก่อการร้ายง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงจะต้องตีโจทย์ให้แตกก่อนว่า เราจะเป็นเขตปกครองหรือเขตบริหารพิเศษในลักษณะคล้ายมณฑลหนึ่ง ภายใต้รัฐบาลกลาง หรือจะเป็นรัฐอิสระในนามของสาธารณรัฐอิสลามแห่งปัตตานี ซึ่งปักตั้งไว้ด้วยธงสีแดงโบกสะบัดอยู่ในบางหมู่บ้านในเขตพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ และแน่นอนว่าประการหลังนี้ไม่มีใครปรารถนาอย่างแน่นอน
สังคมไทยอยู่ภายใต้วัฒนธรรมที่หลากหลาย หลายวัฒนธรรมของคนต่างกลุ่ม ก็ผสมกลมกลืนกันเป็นเนื้อเดียวโดยไม่มีปัญหา แต่วัฒนธรรมแบบอิสลาม ซึ่งเป็นวัฒนธรรมรองภายใต้โครงสร้างวัฒนธรรมใหญ่ของสังคมไทย เป็นวัฒนธรรมที่เข้มข้น มีหลักคิด หลักปฏิบัติที่แตกต่างกับชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างสิ้นเชิง คนที่ปฏิบัติเหมือนกัน พูดภาษาเดียวกัน เข้าใจความรู้สึกนึกคิดกันอย่างลึกซึ้ง ย่อมมีอิทธิพลมากกว่าคนต่างวัฒนธรรม พันธกิจของเขตบริหารพิเศษ จึงอยู่ตรงที่การขจัดปัญหาความขัดแย้งในเชิงวัฒนธรรมออกไปให้ได้ เพราะนี่คือรากเหง้าของปัญหาทั้งหมด



