คอลัมนิสต์

ตะนาวศรี..แผ่นดินนี้ใครครอง?

ตะนาวศรี..แผ่นดินนี้ใครครอง?

31 ต.ค. 2556

ตะนาวศรี..แผ่นดินนี้ใครครอง? : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

              การเรียกร้องรัฐบาลดำเนินการแก้ปัญหาราคายางพารา และปาล์มน้ำมัน ด้วยการปิดถนนเพชรเกษม บริเวณบ้านศรีนคร ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ (ค.ย.ป.16 จว.ภาคใต้) มีหลายมิติให้ได้ศึกษา

              ทำไมต้องปิดถนนที่บางสะพานน้อย? ทำไมต้องอาศัยกำลังเกษตรกรเมืองประจวบฯ? เป็นคำถามที่อยากหาคำตอบ

              ครั้งแรกมีการปิดถนนเพชรเกษม ตรงจุดบ้านธรรมรัตน์ ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันประจวบฯ เป็นแกนหลัก และเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้มีผู้ถูกจับกุมและบาดเจ็บไปจำนวนหนึ่ง

              ภารกิจการเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือราคายางพารา ที่กิโลกรัมละ 100 บาท และปาล์มน้ำมันราคากิโลกรัมละ 6 บาท ยังไม่บรรลุ จึงก่อเกิดองค์กรใหม่ "ภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้" โดยร่วมกับเกษตรกรเมืองประจวบฯ ปิดถนนเพชรเกษม ทั้งฝั่งขาขึ้นและขาลงภาคใต้

              จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องราคายาง ราคาปาล์ม หากพิจารณาข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรที่ว่า "ให้เกษตรกรทุกคนทุกพื้นที่ทั้งที่มีเอกสารสิทธิ และไม่มีเอกสารสิทธิ ต้องได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเหมือนกันทั้งหมด"

              นี่เป็นหัวใจของความเดือดร้อนของกลุ่มเกษตรกร และการแก้ไขเรื่อง "สิทธิที่ดินทำกิน" ให้เป็นรูปธรรมนั้น จะเป็นการแก้ปัญหาที่รากเหง้า

              จะว่าไปแล้ว ความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชาวบ้าน คนกับป่าในพื้นที่รอยต่อบางสะพาน-บางสะพานน้อย ด้านที่ติดเทือกเขาตะนาวศรีนั้นเป็นปัญหาเรื้อรัง

              เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวคือ "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร" อันเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 โดยรัฐประกาศใช้พระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าคลองรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ผนวกบริเวณที่ดินป่าเขาไชยราชและป่าคลองกรูด ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เข้าไปด้วย

              ภาครัฐส่วนท้องถิ่นมองว่า ประชาชนขาดจิตสำนึกในการดูแลรักษาป่า และยังบุกรุกเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตน ส่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็ต้องรักษาป่าเอาไว้ จึงมีการจับกุมชาวบ้านดำเนินคดีตามกฎหมาย

              การบุกรุกแผ้วถางป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรมกรมหลวงชุมพร จากการตรวจสอบในปี 2551 พบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีการบุกรุกจำนวน 1,300 ไร่ ซึ่งมีทั้งจุดที่อยู่ห่างจากชายแดนไทย-พม่า ไม่เกิน 1 กิโลเมตร และจุดที่ห่างออกมามากก็มี

              ฝ่ายผู้พิทักษ์ป่ารายงานว่า ปัญหาการบุกรุกป่า ส่วนหนึ่งมาจากชาวบ้านในพื้นที่ และตามมาด้วยกลุ่มนายทุน ทั้งจาก จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ในช่วงยางพารากิโลกรัมละ 100 บาท ส่งผลให้เกิดการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปลูกยาง ปาล์มน้ำมัน และกาแฟ

              สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร โซนประจวบฯ มีข้อมูลว่า กลุ่มชาวบ้านที่รู้เส้นทางในพื้นที่จะเข้าไปบุกรุกแผ้วถางด้านใน แล้วใช้เลื่อยยนต์โค่นป่าในเวลากลางคืนเป็นจุดๆ บางครั้งตั้งแต่ 5-10 ไร่ขึ้นไป ซึ่งยากต่อการจับกุมเป็นอย่างมาก เพราะหากเดินตรวจตราก็จะไม่มีโอกาสพบเห็น

              เมื่อชาวบ้านโค่น เผา ไถ ปลูกต้นไม้ แล้วบางครั้งก็จะขายให้นายทุนที่เข้ามาซื้อในราคาประมาณ 2,000-3,000 บาทต่อไร่ ซึ่งชาวบ้านก็จะดูแลให้ ทำให้ไม่มีโอกาสรู้ว่านายทุนคือใคร?

              นอกจากนั้น ชาวบ้านที่บุกรุกยังขายที่ให้พรรคพวกในราคาถูกก็มี เพื่อให้มีคนเข้ามาอยู่ร่วมกันเยอะๆ หวังศักยภาพในการต่อรอง หากมีการจับกุมจากหน่วยงานของภาครัฐ

              เสียงจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย ก็ยืนยันข้อมูลอีกด้านหนึ่งว่า ในบางพื้นที่ชาวบ้านอาศัยอยู่มาก่อนการประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ เพราะมีการปลูกยางจนกรีดได้แล้ว อย่างน้อยประมาณ 14 ปี ในส่วนของการบุกรุกใหม่ก็มี แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะชาวบ้านต้องการที่ทำกิน

              จึงไม่แปลกที่ข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรเมืองประจวบ จะระบุว่า ให้เกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ได้รับการช่วยเหลือกรณีราคายาง-ปาล์มจากรัฐบาลด้วย

              สรุปว่า รอยต่อบางสะพาน-บางสะพานน้อย ฝั่งเทือกเขาตะนาวศรี เป็น "แผ่นดินใหม่" ของนักแสวงโชค ที่ไร้สิทธิในที่ทำกิน โดยอพยพมาจากหลายจังหวัดในภาคใต้ตอนบน