คอลัมนิสต์

ปัญหาการรับจำนำพืชผลฯ

ปัญหาการรับจำนำพืชผลฯ

18 มิ.ย. 2552

ถ้าฟังเสียงสนทนาของกลุ่มชาวบ้านในระดับต่างๆ แล้วก็ให้รู้สึกกังวลใจแทนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างมาก เพราะศรัทธาชาวบ้านเริ่มเสื่อมถอยไปทุกๆ ด้าน ทุกๆ วงการ แม้แต่ในหมู่พวกที่เคยสนับสนุนก็ออกโรงปราศรัยตำหนิติเตียนกันอย่างไม่เกรงใจ

ประโยคที่ชาวพรรคประชาธิปัตย์มักใช้อ้างกันเสมอๆ ว่า “...เป็นการรับกรรมเก่า รัฐบาลชุดก่อนๆ เป็นผู้ก่อปัญหาไว้ให้...” ก็ไม่ใช่มนต์ขลังสะกดคนให้เชื่อได้ต่อไปแล้ว

ประโยคของชาวบ้านที่ว่า “...เมื่อก่อนเป็นรัฐบาลพูดไว้อย่างหนึ่ง พอเป็นรัฐบาลแล้วก็ไม่เห็นทำได้เลย...” กลับก้องกังวานขึ้นในหลายๆ ที่ แม้ในวงสัมมนาที่รัฐบาลจัดขึ้น

การรับจำนำพืชผลทางเกษตรก็เป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและที่ผ่านมาแล้วก็ยังความเสียหายให้แก่รัฐมาก ชาวบ้านต่างกำลังคอยเงี่ยหูฟังกันว่ารัฐบาลนี้ จะตัด “วงจรอุบาทว์” นี้ได้อย่างไร เพราะหากขยับตัวผิดจังหวะก็จะถูก “ม็อบ” บีบคั้น และถ้าไม่ทำอะไรเลยผู้เสียภาษีก็จะโวยวายขึ้นเพราะเอาเงิน(ภาษี)ของเขาออกไปถลุงในขณะที่ฐานะการคลังของประเทศยอบแยบ เป็น “ไฟท์” บังคับเสียด้วย

อันว่าการรับจำนำพืชผลนั้นเริ่มต้นมาหลายยุคหลายสมัย เป็น “ยาสามัญประจำบ้าน” ที่นักการเมืองใช้บำบัดอาการปวดหัวตัวร้อนของเกษตรกรอย่างได้ผล เพราะอันที่จริงที่เรียกว่า “การรับจำนำ” คือ “การรับซื้อ” พืชผลทางเกษตรที่สูงกว่าราคาตลาดในขณะนั้น โดยมากราคาที่รับซื้อเป็น “ราคาการเมือง” คือเป็นราคาที่เกษตรกรและพ่อค้าที่อยู่เบื้องหลังพอใจ ไม่ใช่คำนวณจาก “ต้นทุนของเกษตรกร” เสมอไป 
นี่คือต้นเหตุแห่งความหายนะของระบบนี้อย่างหนึ่ง

ในทางปฏิบัติของระบบนี้มีคนนินทาว่าเกิดการรั่วไหลหลายจุดหลายแห่ง เช่น มีการหมุนเวียนนำพืชผลที่รับจำนำเข้ามารับจำนำหลายครั้งทำให้เกิด “สต็อกลม” มีการนำเอาพืชผลที่ลักลอบนำเข้าจากเพื่อนบ้านเข้ามาขอรับจำนำและอีกสารพัดอย่าง

คำนินทาเหล่านี้รัฐบาลไม่เคยได้พิสูจน์ให้ชัดเจนว่าเป็นจริงหรือไม่ และมีความเสียหายเท่าไร เห็นมีแต่ออกข่าวทางสื่อมวลชนถึงการไปจับกุมที่โน่นที่นี่ให้เพียงแค่เป็นข่าว

และไม่ทราบว่าบ้านเมืองเราถูกสาปมาแต่ปางใด เพราะไม่ว่ารัฐบาลจะไปทำธุรกรรมเรื่องใดถ้าซื้อก็มักจะซื้อแพง ถ้าขายก็มักจะขายถูกกว่าที่ควรเป็น เช่นการขายข้าวโพดและข้าวสารที่เพิ่งผ่านมาและยังค้างคาใจชาวบ้านอยู่

แต่ข่าวที่ทำให้ผู้เสียภาษีสะท้อนใจหนักก็คือ นอกจากซื้อแพงขายถูกแล้วยังมีบางรายการขายไม่ได้ยังต้องหาเงินไปทำลายซากแห่งความผิด(กรณีจะใช้เงิน 90 ล้านบาทเผาลำไยในสต็อก)

เห็นได้ชัดว่าการ “รับจำนำ” พืชผลทางการเกษตรเป็น “สิ่งที่ผิด” แต่การช่วยเหลือเกษตรกรก็เป็น “สิ่งที่ควรทำ” ระบบอะไรเล่าจึงจะควรเข้ามาแทนที่ มีผู้คนพูดถึง “ระบบการประกันราคา” บ้างไปไกลถึงไม่ต้องช่วยอะไรทั้งสิ้นให้ “ระบบตลาดซื้อขายล่วงหน้า” เข้ามาทำหน้าที่แทน เมืองไทยเรานั้นมีคนเก่งมากมายแต่ที่ไปไม่ถึงไหนก็เพราะมีคนเก่งแค่ “ปาก” คนที่เก่งคิด เก่งทำ และรู้จักทำงานกันเป็นทีมเวิร์กก็ไม่ค่อยจะมี เราจึงต้องตกอยู่ในวังน้ำวนกันเช่นนี้ไปอีกนาน

นายหนูใหญ่

[email protected]