คอลัมนิสต์

อำนาจตุลาการกำลังจะถูกล่วงล้ำก้ำเกิน

อำนาจตุลาการกำลังจะถูกล่วงล้ำก้ำเกิน

22 ต.ค. 2556

อำนาจตุลาการกำลังจะถูกล่วงล้ำก้ำเกิน : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา

              อาจจะเรียกว่า "โยนหินถามทาง" ก็ว่าได้ สำหรับกฎหมายนิรโทษกรรมที่ในชั้นแปรญัตติก็แปรกันจนแทบจะจำเค้าเดิมไม่ได้

              โดยเฉพาะสิ่งที่เพิ่มเข้ามาทำให้เป็นว่า แท้จริงแล้วอยากได้อะไร

              "การกระทำของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้กระทำความผิดโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดขึ้นภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 รวมทั้งองค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวสืบเนื่องต่อมา ที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ.2547 ถึงวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2556 ไม่ว่าผู้กระทำจะได้กระทำในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำ หรือผู้ถูกใช้ หากการกระทำนั้นผิดกฎหมาย ก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง"

              เรียกได้ว่า แก้ผ้าล่อนจ้อนกันเลย !

              แล้วก็เป็นไปตามคาด กระแสต้านเกิดขึ้นในทันที ฝ่ายค้านนัดหมายชุมนุมใหญ่วันที่ 6 พฤศจิกายน ขณะที่ม็อบอุรุพงษ์ ก็เลือกจะซ้อมใหญ่ในวันที่ 23 ตุลาคม

              ส่วนมวลชนที่ยังต่อกันไม่ติดก็เริ่มขยับเงี่ยหูฟังว่า การเคลื่อนไหวจะเป็นอย่างไร เริ่มเมื่อไหร่

              ไม่เว้นกระทั่ง "แม่น้องเกด" พยาบาลอาสาเสื้อแดงที่ถูกยิงเสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม ที่เมื่อเห็นร่างใหม่ของกรรมาธิการแล้วถึงกับช็อก

              หมอเหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.เองก็ไม่เห็นด้วยกับร่างที่รุกแปรญัตติใหม่ พร้อมกับยืนยันว่า คนเสื้อแดงยึดร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับ วรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่ไม่ให้นิรโทษกรรม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สุเทพ เทือกสุบรรณ

              หมอเหวง ซัดตรงๆ เลยว่า ที่แปรญัตติใหม่ออกมานั้น ขัดกับหลักการเดิม เพราะไปนิรโทษกรรมแกนนำผู้สั่งการด้วย

              แถมยังขู่ด้วยว่า หากไม่เคารพเจตนารมณ์ของคนเสื้อแดงแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

              ตรงนี้กระมังที่ทำให้ สามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต้องรีบออกมาเคลียร์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้อานิสงส์จนได้รับเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท คืนกลับไป

              ถ้าจะได้ก็แต่เฉพาะเรื่องคดีอาญาเท่านั้น

              ประเด็นนี้คงต้องย้อนกลับไปที่คำสั่งของอัยการสูงสุดที่ไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ คดีก่อการร้าย โดยอ้างว่าอยู่ต่างประเทศ ทำให้มีข้ออ้างตามมาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่ผู้บงการ จึงสมควรที่จะได้รับอานิสงส์จาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งก็น่าจะหมายถึงการยกเลิกโทษจำคุก 2 ปีจากคดีที่ดินรัชดาฯ

              แต่ปัญหาอยู่ว่า คำพูดของ สามารถ แก้วมีชัย นั้น ไม่สามาาถหักล้างเนื้อหาที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรในร่างกฎหมายภายหลังการแปรญัตติ

              ข้อความที่ว่านั้นยังคงปรากฏอยู่ และจะมีผลบังคับใช้หากว่า กฎหมายนี้สามารถผ่านทุกขั้นตอนแล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา

              เว้นแต่ว่า การพลิกกลับมาเรียกประชุมในวันที่ 24-25 ตุลาคม ทั้งที่บอกเลื่อนไปแล้วก่อนหน้านี้ ที่ประชุมกรรมาธิการแก้ไขให้กลับไปอยู่ใน "หลักการ" ของร่างเดิมที่ วรชัย เหมะ ยื่นเข้าสภาและผ่านการพิจารณาวาระแรกมาแล้ว

              หาไม่แล้ว ขั้นตอนที่เตรียมการกันไว้ก็จะค่อยๆ ปรากฏให้สาธารณชนได้เห็น

              คนแดนไกลประเมินแล้วว่าต้องจังหวะนี้ ถึงรัฐบาลจะอ่อนแอ แต่ฝ่ายต้านกลับอ่อนแอกว่า อีกทั้งมวลชนคนเสื้อแดงก็นยังพร้อมหนุน การชิงจังหวะเข้าทำก่อนดีที่สุด เพราะยังมีความไม่แน่นอนจากศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกองทัพ

              อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะสุดท้ายแล้วมีแต่ผู้ชนะเท่านั้นที่เป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์

              หากการเมืองมาถึงจุดเช่นที่ว่านี้จริง ก็นับว่า อันตรายกำลังมาเยือน หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ คนที่กระทำความผิดได้รับการล้างผิด ในขณะที่บทบัญญัติในกฎหมายที่เอาผิดคนคนนั้นก็ยังบังคับใช้อยู่ แล้วจะเกิดอะไรกับบ้านเมืองนี้

              หลักคิดในการปกครองประเทศนั้น อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ เขาถือหลักว่าจะไม่มีการล่วงล้ำก้ำเกินกัน

              แล้วหากอำนาจนิติบัญญัติไปออกกฎหมายยกเลิกการใช้อำนาจของตุลาการ อะไรจะเกิดขึ้น

..........

(หมายเหตุ : อำนาจตุลาการกำลังจะถูกล่วงล้ำก้ำเกิน : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)