
ไม่มีรัฐบาลเผด็จการที่ไหนในโลกจะชนะการต่อต้านของประชาชนได้
ไม่มีรัฐบาลเผด็จการที่ไหนในโลกจะชนะการต่อต้านของประชาชนได้ : กระดานความคิด โดยพล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์
ปัจจุบันทั้งคณะรัฐมนตรีและกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลต่างก็แสดงท่าทีออกมาสู่สื่อมวลชนในลักษณะที่ไม่เข้าใจและสงสัยว่ากลุ่มประชาชนที่ออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลอยู่ในขณะนี้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ ทั้งๆ ที่คนฝ่ายรัฐบาลเหล่านั้นก็น่าจะรู้แก่ใจดีว่ามันเกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไร ในที่สุดก็สรุปว่า “ม็อบต่อต้านรัฐบาลนั้นมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านหรือพวกอำมาตย์คอยสนับสนุนอยู่” เพื่อล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ถ้าคนในรัฐบาลลองทบทวนการบริหารงานของรัฐบาลอย่างเป็นธรรมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จะพบว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากสื่อมวลชน, นักวิชาการ, นักธุรกิจ ฯลฯ ต่อการบริหารงานของรัฐบาลไปในทางลบอย่างมากมายหลายสิบเรื่อง นับตั้งแต่ความไม่โปร่งใสในการใช้เงินงบประมาณโดยเฉพาะการรับจำนำข้าวซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งผลเสียต่อระบบการขายข้าวของประเทศและปัญหาเรื่องการทุจริต, สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีราคาสูงขึ้นจนจับต้องได้, การบริการสาธารณะทุกอย่างลดลง, โจรผู้ร้ายมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
นอกจากนั้น ยังมีเรื่องสำคัญอีก 5 เรื่องที่รัฐบาลและผู้สนับสนุนต่างคนต่างก็ทำกันไปจนสร้างศัตรูเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างมากมาย คือ (1) การตอบแทนบุญคุณคนเสื้อแดงจนกลายเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลในสังคม ซึ่งทำให้ประชาชนทั่วๆ ไป เริ่มได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของกลุ่มคนเสื้อแดงเพิ่มมากขึ้น, (2) การมีปฏิกิริยาไปในทิศทางที่ “ไม่ทำอะไรเพื่อคนภาคใต้” เพราะไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทย ปฏิกิริยาตอบโต้รัฐบาลจากคนภาคใต้จึงแรงกว่าปกติ เพราะคนภาคนี้มีลักษณะประจำท้องถิ่นเป็นคนที่สู้คนอยู่แล้ว, (3) กลุ่มบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวกระทบต่อสถาบัน ส่วนใหญ่จะเป็นมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลแต่รัฐบาลก็ไม่ได้ห้ามปรามไว้ เช่น การแสดงละครและงิ้วพาดพิงต่อสถาบัน ที่หอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา ในงานรำลึก 14 ตุลา 16 ซึ่งมีกลุ่มมวลชนที่อยู่ฟากรัฐบาลให้การสนับสนุนอยู่, (4) การทำทุกอย่างเพื่อพาคุณทักษิณ กลับบ้านโดยไม่สนใจต่อหลักนิติธรรม และ (5) ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ซึ่งเป็นผลพัฒนามาจากการปราบปรามอย่างรุนแรงในระยะเวลาที่คุณทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี และมาเพิ่มมากขึ้นอีกจากการไปเซ็นสัญญาเจรจากับกลุ่มโจรหมดอายุนอกประเทศ
พฤติกรรมของรัฐบาลและกลุ่มผู้สนับสนุนในรูปแบบเหล่านี้เองที่เป็นสาเหตุหลักทำให้ประชาชนต้องออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเพิ่มมากขึ้น และจะเพิ่มมากขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งถ้าไม่มีสาเหตุเหล่านี้แล้ว ต่อให้มีพรรคการเมืองสัก 10 พรรคออกมาสนับสนุนม็อบก็ไม่มีทางที่จะล้มรัฐบาลได้สำเร็จ
ปัจจุบันรัฐบาลไม่ได้ใช้ “คุณธรรม” ในการต่อสู้เอาชนะประชาชน แต่ใช้ “ความกลัว” จากการกระทำของ “ตำรวจ” เข้ามาควบคุมประชาชน ใช้การปกปิดข่าวในทางลบจากสื่อกระแสหลักเกือบทุกชนิดอย่างมีคุณภาพ ผ่าน “งบโฆษณา” และการซื้อตัวคอลัมนิสต์บางคนไว้ จนทำให้วงการสื่อมวลชนเองก็เริ่มตื่นตัวขึ้น มาทบทวนถึง “บทบาทของตัวเองบ้างแล้ว” นอกจากนั้น การใช้อำนาจการโยกย้ายข้าราชการตามใจชอบอย่างไม่เป็นธรรม “ควบคุม” ข้าราชการในระดับสูงไว้ทั้งหมด เพื่อเสริมความมั่นคงให้แก่รัฐบาล ย่อมทำให้ข้าราชการส่วนใหญ่พอใจ ซึ่งแน่นอนที่ข้าราชการเหล่านี้จะไม่ทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนคนที่รัฐบาลแต่งตั้งมาก็ล้วนแต่ทำงานไม่เป็นเกือบทั้งสิ้น “ความเดือดร้อนจึงกลับมาสู่ประชาชนและประเทศชาติโดยตรง”
เมื่อรัฐบาลควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ขนาดนี้แล้ว โอกาสที่ม็อบต่อต้านรัฐบาลจะเติบโตมาจนล้มรัฐบาลในระยะนี้จึงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลก็รู้ดี แต่คงไม่ได้คิดหรอกว่า “แรงระเบิดภายใต้การกดดันนั้น จะมีความรุนแรงมาก มากขนาดที่สถานการณ์จะพาไปจนถึงจุดที่คนในรัฐบาลหลายคนอาจจะอยู่ในประเทศไทยไม่ได้” ปัจจุบันรัฐบาลกลับไปคิดว่า “ม็อบประชาชนเหล่านี้จะหาวิธีโต้ตอบรัฐบาลด้วยการเคลื่อนไหวเลียนแบบเหตุการณ์เดือนเมษายนและพฤษภาคม ปี 2553 ที่มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายออกมาสนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยอาวุธสงคราม เพราะถ้าเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นจริงๆ เหตุการณ์ตอนจบจะไม่เหมือนกับปี 2553 แน่นอน เนื่องจาก “รัฐบาลชุดนี้ได้ทำอะไรในทางลบไว้มากมายเกินไป” ทหารที่รัฐบาลคิดว่า “เลี้ยงไว้จนอ้วน” แล้วนั้น ย่อมจะเกิดจิตสำนึกได้เองว่า พวกเขาจะต้องเข้าข้างประชาชน และประชาชนส่วนที่ถูกอำนาจ “ตำรวจ” กดดันไว้จะออกมาบนท้องถนนอย่างมากมายเกินที่จะนับได้
ก็เป็นเรื่องที่แปลกเพราะรัฐบาลน่าจะคิดเรื่องนี้ออก แต่ยังบริหารงานเดินหน้าต่อไปอย่างสุ่มเสี่ยงอีก โดยเฉพาะเรื่อง “การออกมากดดันสถาบันฯ โดยมวลชนส่วนหนึ่งที่สนับสนุนรัฐบาลอยู่” และการแยกภาคใต้ออกเป็นภาคที่อยู่นอกเหนือความใส่ใจของรัฐบาล เพราะทั้ง 2 เรื่องนี้เมื่อรวมกันเข้าเป็นเรื่องเดียวกันเมื่อไร “กองกำลังอะไร” ก็จะสู้พลังประชาชนไม่ได้ แน่นอน ปัจจุบันรัฐบาลยังมีเวลาที่จะกลับตัวได้ แต่ต้องกลับตัวแบบ 180 องศาเลย จึงจะไปรอดครับ ฝากไปให้คิดกันล่วงหน้ากับคำว่า “ไม่มีรัฐบาลเผด็จการที่ไหนในโลกจะชนะการต่อต้านของประชาชนได้” อยู่ที่ช้าหรือเร็วเท่านั้น



